ไม ม่พึงประสงค์ที่กำจายออกจากร่างของพวกเขาได้
หลินชิงเวยมองพวกเขาด้วยสีหน้าไม่บอกความรู้สึก เห็นแววตาละโมบและความไม่ประสงค์ดีในแววตาของพวกเขาชัดเจน
บุรุษผู้เป็นหัวหน้าเดินขึ้นมาข้างหน้าหนึ่งก้าว พยักพเยิดปลายคางเล็กน้อย ตวัดสายตามองหลินชิงเวยยิ้มๆ “น้องชาย ข้าเห็นเจ้าหน้าตาผิวพรรณไม่เลวทีเดียว น่าจะไม่เคยเจอความลำบาก กกระมัง แต่มืดค่ำดึกดื่นเช่นนี้เดินทางไม่ปลอดภัยนัก” พูดแล้วแววตาก็แปรเปลี่ยน รอยยิ้มเต็มไปด้วยความโหดร้าย “หากรู้จักเอาตัวรอดก็มอบห่อผ้าและสิ่งของทั้งหมดออกมา ไม่แน่ว่า อาจจะปล่อยเจ้าไปโดยไม่บุบสลาย หาไม่แล้ว หึๆ ใบหน้าของเจ้านี้ หากนำไปขายให้กับหอโคมเขียวน่าจะได้เงินไม่น้อย”
หลินชิงเวยมองห่อสัมภาระบนไหล่ของตนเองแล้วมองคนที่กำลังพูดจา นางพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งว่า “พวกเจ้าน่าจะหาคนผิดแล้ว”
“หาคนผิด?” บุรุษหลายคนนั้นสบตากันแล้วยักไหล่หัวเราะขึ้นมา “พวกเราไม่ได้หาคนผิด วันนี้เจ้าไปโรงรับจำนำ จำนำสิ่งของดีๆ ไม่น้อย พวกเราล้วนได้ยินหมดแล้ว ตั๋วเงินจำนวนสามหมื นตำลึงนี่นา เงินเล่า? พี่ชายหลายคนรอเจ้าอยู่ที่นี่นานแล้ว”
ตั๋วเงินสามหมื่นตำลึงสำหรับพวกเขาแล้วเป็นเงินจำนวนมากเพียงใด อีกทั้งยัง