แต่ยังคงยืนกรานเชื่อฟังคำสั่งของเจ้านายไปส่งนางและซินหรู ซินหรูหันกลับมามองเขาด้วยสายตาเย็นชา “เจ้าไม่ได้ยินหรือไร พี่สาวบอกแล้วว่าไม่ต้องส่ง พวกเรารั บเอาไว้ไม่ไหว”
เสี่ยวฉีชะงักเท้าอยู่กับที่อย่างอับจนปัญญา
ตำหนักอวี้หลิงอย่างไรก็ถือได้ว่าอยู่ในตำหนักซวี่หยาง เซียวจิ่นพำนักอยู่ในตำหนักซวี่หยางย่อมต้องพบกันเป็นบางครั้ง เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นเจตนาหรือไม่ เมื่อหลินชิงเวยก้า าวออกมาจากตำหนักอวี้หลิงกลับพบเซียวจิ่นอยู่ในอุทยาน
ที่จริงเซียวจิ่นเจตนามารอนาง เขากำลังนั่งอยู่ข้างโต๊ะหิน บนโต๊ะหินอ่อนมีผลไม้ น้ำชา และของว่างวางอยู่
เดิมทีหลินชิงเวยคิดจะเดินอ้อมไป คิดไม่ถึงว่ากงกงผู้มีสายตาแหลมคมกลับวิ่งเหยาะๆ เข้ามา “แม่นางหลิน ฝ่าบาทเชิญท่านไปดื่มน้ำชาสักถ้วยขอรับ”
ย่างก้าวของหลินชิงเวยหยุดชะงัก นางช้อนตาขึ้นมองไปทางโต๊ะหินที่อยู่ใต้ต้นหลิ่ว เห็นเซียวจิ่นในอาภรณ์ทั่วไปกำลังนั่งอยู่ข้างโต๊ะหินเพียงลำพัง มือขาวสะอาดนั้นกำลังจับถ ถ้วยน้ำชา ต้นหลิ่วที่อยู่บนศีรษะนั้นไหวพลิ้วไปตามแรงลม ยิ่งขับให้เขาดูเหมือนคุณชายรูปงามอบอุ่นประดุจหยก
หลินชิงเวยมองซินหรู “เจ้านั่งพักที่นี่สักครู่ ข้าไปประเดี๋ยวเดียว