”
ซินหรูได้แต่พยักหน้าหงึกๆ
หลินชิงเวยเดินตามกงกงท่านนั้นไปถึงในอุทยาน ขณะที่หลินชิงเวยกำลังจะถวายบังคม เซียวจิ่นหันหน้ามามองนางและพูดว่า “เจ้าไม่ต้องมากพิธี” รอยยิ้มที่เขามองหลินชิงเวยมักจะมีควา ามโดดเดี่ยวอ้างว้างอยู่เสมอ
ทั้งๆ ที่รักนางปานนั้นกลับไม่อาจไม่ผลักนางออกไปด้วยมือของตนเอง ทำได้เพียงมองนางยิ่งห่างไกลออกไปทุกที ความรู้สึกชนิดนั้นทำให้เซียวจิ่นเป็นทุกข์ มาบัดนี้เขาควบคุมมันได้ แล้วเช่นกัน รอยยิ้มบนใบหน้าจึงเป็นธรรมชาติ แลดูอบอุ่นอ่อนโยน
อย่างไรท้ายที่สุดเซียวเยี่ยนเองก็ไม่ได้นางมาครอบครองเช่นกันไม่ใช่หรือ
บางครั้งเขาทั้งเกลียดทั้งแค้นเซียวเยี่ยน ชิงชังที่ตนเองไม่อาจเปลี่ยนเป็นเซียวเยี่ยนได้ เช่นนี้แล้วเขาย่อมได้รับความรักของหลินชิงเวย เกิดอะไรขึ้นกับเซียวเยี่ยนกันแน่ เข ขาถูกสิ่งใดบดบังให้ดวงตามืดบอดถึงขั้นมองไม่เห็นคนที่ควรค่าแก่การทะนุถนอมเบื้องหน้าคนนี้
นี่คงเป็นเพราะวาสนาโชคชะตาล้วนกำหนดโดยเบื้องบน สตรีเบื้องหน้านางนี้ไม่เป็นของผู้ใดทั้งสิ้น อย่างนั้นก็ดีเหมือนกัน
เดิมทีหลินชิงเวยคิดจะกล่าวคำว่า “ถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ” แต่ถูกคำพูดเพียงประโยคเดียวของเซียวจิ่นที่ว่า “ไม่ต้องมากพิธี” จึง