ได้กลืนคำพูดนั้นกลับลงคอไป เซียวจิ่นพูดอีกว่า า “ชิงเวย นั่งเถิด”
หลินชิงเวยนั่งลงตรงข้ามเขา
เซียวจิ่นถามขึ้นว่า “เจิ้นรู้ว่าเจ้าเพิ่งออกมาจากตำหนักอวี้หลิง เข้าไปตรวจอาการของแม่นางสุ่ย?”
หลินชิงเวย “ไม่ใช่โรคที่ยากแก่การรักษาอันใดเพคะ เพียงดูแลรักษาสุขภาพให้ดีย่อมยากที่จะกำเริบขึ้นอีก หม่อมฉันเก็บเงินค่ารักษาจากเซ่อเจิ้งอ๋อง จะรักษาโรคให้นางก็ไม่กระไร รเพคะ”
เซียวจิ่นพยักหน้า “เรื่องเงินค่ารักษานั้นเจิ้นพอรู้อยู่บ้าง เสด็จอาขอพระราชโองการจากเจิ้น บอกว่าเป็นเงื่อนไขในการรักษาแม่นางสุ่ย บัดนี้นับว่าเจ้าสมปรารถนาแล้ว ได้รับอิส สระคืนมา”
หลินชิงเวยพูดกลั้วหัวเราะ “ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงส่งเสริมเพคะ”
เซียวจิ่นมองนางนิ่ง “เหตุใดเจ้าไม่มาด้วยตนเองเล่า? หากเจ้าเอ่ยปาก เจิ้นย่อมรับปากแน่นอน นี่เป็นเรื่องที่พวกเราได้ตกลงกันไว้แต่แรกแล้วมิใช่หรือ?”
หลินชิงเวย “ถูกต้องเพคะ เราได้ตกลงกันแล้ว แต่หากทำร้ายจิตใจกันน้อยลงได้ก็ควรทำมิใช่หรือ หม่อมฉันไม่ใช่คนใหญ่คนโต แค่เพียงพระราชโองการฉบับเดียวของฝ่าบาทก็คลี่คลายปัญหา าได้ ยังจะมีสิ่งใดให้หม่อมฉันต้องไปพูดกับฝ่าบาทด้วยตัวเองเพคะ”
เซียวจิ่น “เจ้าเกรงว่าเจิ้นจะเป