็นทุกข์?”
หลินชิงเวย “ไม่ใช่เพคะ หม่อมฉันเพียงแต่กลัวความยุ่งยาก”
เซียวจิ่นจิบน้ำชาคำหนึ่ง เขายิ้มอ่อนโยน เขามองกิ่งหลิ่วที่ไหวพลิ้วอยู่เบื้องหน้า “ต่อไปไม่ว่าเจ้าจะไปที่ใด ให้เจิ้นรู้ว่าเจ้าอยู่ที่ใดได้หรือไม่? ชิงเวย เจ้าวางใจเถิด เจิ้นไม่รบกวนเจ้า เจิ้นขอเพียงรู้ว่าเจ้ามีชีวิตที่ดีหรือไม่”
หลินชิงเวยหรี่ตาลง “แผ่นดินทั้งใต้หล้านี้เป็นของฝ่าบาท หากฝ่าบาทต้องการหาตัวหม่อมฉันจริงๆ ไหนเลยจะมีที่ให้หม่อมฉันซ่อนตัวได้เพคะ? ฝ่าบาทโปรดวางพระทัย หม่อมฉันไม่หลบซ ซ่อนตัวเพคะ”
“เช่นนั้นก็ดี”
หลินชิงเวยลุกขึ้น “เวลาไม่เช้าแล้ว หม่อมฉันทูลลาเพคะ”
แววตาของเซียวจิ่นปรากฏให้เห็นความเจ็บปวด ราวกับช่องว่างระหว่างพวกเขากว้างขึ้นเรื่อยๆ นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาปรารถนา แต่เป็นตัวนางเองที่ทำตัวห่างเหินเช่นนี้
เซียวจิ่นพยักหน้า “เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิด”
หลินชิงเวยถวายบังคมแล้วหันกายจากไป นางและซินหรูออกจากตำหนักซวี่หยางพร้อมกัน เซียวจิ่นมองเงาร่างด้านหลังของนางจนลับผ่านพุ่มไม้ สุดท้ายหายไปในอุทยานจนมองไม่เห็นคน
หลินชิงเวยและซินหรูกำลังจะเดินมาถึงประตูชั้นที่สองก็พบกับซีเฟยที่กำลังเดินมุ่งหน้ามาทางนี้ นางกำนัลข้างกายนางถูกเปล