วันรุ่งขึ้น หลินชิงเวยสะพายล่วมยาไปตำหนักซวี่หยางด้วยตนเอง เวลานี้ซินหรูติดตามนางไม่ยอมห่างแม้เพียงครึ่งก้าว ขอเพียงหลินชิงเวยอยู่ในวัง ไปที่ไหนนางล้วนไปด้วยทั้งสิ้น อีกทั้งไปตำหนักอวี้หลิงซึ่งอยู่ในตำหนักซวี่หยาง ซินหรูจะไม่ไปด้วยได้อย่างไร
ตำหนักอวี้หลิงมีกลิ่นอายความมีชีวิตชีวามากขึ้นด้วยการมาถึงของสุ่ยฉ่ายชิง เมื่อก่อนเซียวเยี่ยนพำนักอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว ยามกลางวันยากนักที่จะเห็นนางกำนัลสักคน มาบัดนี้ท ทั้งนอกในตำหนักล้วนมีนางกำนัลเฝ้าปรนนิบัติ
เข้ามาในห้อง ภายในจุดเครื่องหอม มีนางกำนัลสองนางยืนเฝ้า เซียวเยี่ยนปลีกตัวหาเวลากลับมาเช่นกัน เวลานี้เขายืนอยู่ข้างเตียงของสุ่ยฉ่ายชิง ในมือมีถ้วยเปล่าหนึ่งใบ ดูท่าแ แล้วน่าจะเพิ่งป้อนนางดื่มยา
สุ่ยฉ่ายชิงเห็นหลินชิงเวยเข้ามาจึงพยายามฝืนกายลุกขึ้นเพื่อแสดงการคารวะ หลินชิงเวยกลับพูดว่า “แม่นางสุ่ยไม่ต้องมากพิธี บัดนี้ข้าไม่ใช่เจาอี๋ เป็นเพียงหมอชาวบ้านธรรมดาคน นหนึ่ง มาที่นี่เพื่อทำการรักษาแม่นางเท่านั้น”
ใบหน้าของสุ่ยฉ่ายชิงปรากฏให้เห็นรอยยิ้มบางๆ “แม่นางหลินมีน้ำใจแล้ว ได้ยินว่าวิชาแพทย์ของแม่นางหลินล้ำเลิศ มารักษาฉ่ายชิงด้วยตัวเอง ฉ่ายชิงซาบซึ้งยิ่ง