ี่ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าสีขาวนั้นโยนออกไปเบื้องหน้าเซียวเยี่ยน “นี่เป็นสิ่งของที่สุ่ยฉ่ายชิงผู้นั้นเส สแสร้งแกล้งทำว่าจะมอบให้พี่สาว ก็แค่หยกดาษดื่นชิ้นหนึ่งใครอยากได้เล่า ในกล่องเครื่องประทินโฉมของพี่สาวมีเป็ นกอง!”
จากนั้นไม่ให้โอกาสเซียวเยี่ยนโต้ตอบ พูดแล้วก็ปิดประตูหน้าต่างดังปัง
เซียวเยี่ยนมองหินโมราบนพื้นชิ้นนั้น สุดท้ายยังคงเก็บขึ้นมาแล้วออกจากตำหนักฉางเหยี่ยน
เมื่อบรรดาหมอหลวงในสำนักหมอหลวงมาร่วมกันวินิจฉัยอาการแล้วยังพอมีวิธีการรักษา อาการกำเริบของสุ่ยฉ่ายชิงควบ บคุมได้หลังจากนั้นสองวัน แม้ร่างกายยังคงอ่อนแอทว่าไม่มีอะไรน่าหนักใจ
นางนั่งเอนกายอยู่บนเตียง เซียวเยี่ยนถือถ้วยยาป้อนให้นางดื่มทีละคำ เขาถามเสียงเบา “รู้สึกขมหรือไม่?”
สุ่ยฉ่ายชิงรู้สึกขมจนคิ้วย่น ทว่ากลับยิ้มและมองเขา “ข้าไม่ใช่แม่นางน้อยในอดีตอีกแล้ว หลายปีมานี้ต้องดื่ม มยาไม่เคยขาด ขมกว่านี้ข้าก็ดื่มมาแล้ว นี่ไหนเลยจะนับว่าขมได้”
ความปวดใจพาดผ่านดวงตาของเซียวเยี่ยน “ดื่มยานี้ลงไปแล้วรู้สึกดีขึ้นหรือไม่?”
รอยยิ้มบนใบหน้าของสุ่ยฉ่ายชิงค่อยๆ เลือนหายไป “เยี่ยน ท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้า ไม่เป็นไร แม้ครั้งนี้ท่านจะรับข้ ากลับมาเพื