ให้นาง จึงเอ่ยขึ้นว่า “แม่นางสุ่ยถึงกับมาที่นี่ด้วยตนเอง ห หากมีเรื่องใดให้คนมาบอกความก็พอแล้ว”
สุ่ยฉ่ายชิงกลับค่อยๆ ยอบกายคารวะ “คารวะเจาอี๋เหนียงเหนียง”
ทั้งๆ ที่สุ่ยฉ่ายชิงผู้นี้อายุมากกว่าหลินชิงเวย แต่กลับแสดงท่าทีเป็นผู้เยาว์กว่าหลินชิงเวย และบัดนี้นางถึงก กับยอบกายคารวะให้หลินชิงเวยอย่างเปิดเผย กลับทำให้ประดักประเดิดอยู่บ้าง
ไม่ หลินชิงเวยคิด อาจเป็นเพราะตนเองเป็นผู้ใหญ่มากไปกระมัง
หลินชิงเวย “แม่นางสุ่ยไม่ต้องมากพิธี”
สุ่ยฉ่ายชิงยิ้มอ่อนโยน “หลังจากกลับมาแล้วได้ยินว่าเจาอี๋เหนียงเหนียงรูปโฉมงดงาม และใจกว้าง ให้ความเป็นกันเอง วันนี้ได้พบแล้วเป็นเช่นนั้นจริงๆ”
หลินชิงเวยหันกายเดินเข้าไปในห้องโถงพร้อมกับพูดเรียบๆ ว่า “จริงหรือ เช่นนั้นน่าจะเป็นคนลือกันผิดๆ”
สุ่ยฉ่ายชิงตะลึงงัน ทว่าสีหน้าไม่เปลี่ยนไป ต่อมาจึงค่อยๆ เดินเข้ามาด้วยกิริยาแช่มช้อย
หลังจากนั่งลงในห้องโถง ซินหรูยกน้ำชาขึ้นโต๊ะแล้วยืนสงบนิ่งข้างกายหลินชิงเวย หลินชิงเวยไม่แม้แต่ดื่มน้ำชาส สักคำ นางถามขึ้นตรงๆ “แม่นางสุ่ยมาด้วยเรื่องอันใด?”
ท่วงท่าการนั่งของสุ่ยฉ่ายชิงเป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่งยวด ซึ่งแตกต่างจากหลินชิงเวย นางนั่งเพียงแค่ริม