เก้าอี้เท่ านั้น ขาของนางเอียงเล็กน้อย น้ำหนักส่วนใหญ่ของร่างกายล้วนอาศัยเอวและขา อย่าได้ดูว่านั่งอยู่แต่ที่จริงแล ล้วเหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก ทันทีที่เห็นก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นกุลสตรีที่ได้รับการอบรมสั่งสอนจากครอบครัวตระกูลใหญ่ หลินชิงเวยไม่ทำให้ตนเองลำบากเช่นนั้น นางคิดจะนั่งอย่างไรก็จะนั่งอย่างนั้น
สุ่ยฉ่ายชิงลุกขึ้นพูดว่า “วันนี้มาเยือนที่นี่ ที่จริงแล้วคิดจะมาขอบคุณเจาอี๋เหนียงเหนียง” นางพูดแล้วก็หยิบผ้ าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดออกมาผืนหนึ่ง หลังจากเปิดผ้าเช็ดหน้าออก เห็นหินโมราโบราณสีเขียวเนื้อใสชิ้นหนึ่งวางอยู่ใน นนั้น เป็นโมรางดงามชิ้นหนึ่ง “นี่เป็นหินโมราที่ครอบครัวสืบทอดต่อกันมา ข้าคิดว่าจะมอบมันให้กับเจาอี๋เหนีย ยงเหนียง ขอเจาอี๋เหนียงเหนียงโปรดรับเอาไว้ด้วย”
หลินชิงเวยไม่กระจ่างแจ้งว่านี่เป็นการกระทำตามธรรมเนียมมารยาทประเภทใดกัน ทว่าแค่มองหินโมรานี้เนื้อดีโปร่งแ แสง สีเขียวนั้นเขียวเสียจนเกือบจะมองเห็นทะลุ แน่นอนว่าเป็นหินโมราหาได้ยาก นางพูดว่า “นี่เป็นสิ่งของตกทอด จากครอบครัวของแม่นางสุ่ย ไยจึงนำมามอบให้ผู้อื่นตามอำเภอใจเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ข้าไม่มีความชอบไม่ขอรับรางวัล รวมๆ แล้วข้าได้พบหน้