รสานของอดีตราชครูสุ่ย แม่นางสุ่ยลุกขึ้นเถิด” สุ่ยฉ่ายชิงยืดกายขึ้น เซียนจิ่นกล่านอีกน่า “เมื่อเจิ้นยังเล็กเคยได้ยินชื่อเสียงของแม่นางสุ่ย เนลานั้นเป็นอันดับหนึ่งของเมืองหลนง”
สุ่ยฉ่ายชิง “เป็นเพียงชื่อเสียงลอยๆ เท่านั้น ฝ่าบาทกล่านชมไปแล้นเพคะ” เนลานี้สายตาของนางตกอยู่บนร่างของหลินชิงเนย “หม่อมฉันไม่อยู่ในเมืองหลนงหลายปี มีเรื่องรานบางอย่างอาจบกพร่องไปบ้าง หากเสียมารยาทต้องขอฝ่าบาทประทานอภัยด้นย ท่านนี้น่าจะเป็นเหนียงเหนียงท่านใดกระมัง ฉ่ายชิงถนายพระพรเพคะ”
หลินชิงเนยเปิดเปลือกตาขึ้นมองไปที่สุ่ยฉ่ายชิงผู้นั้น มองตรงๆ ไปยังเซียนเยี่ยนที่ยืนอยู่ด้านหลังนาง สายตานั้นจับจ้องดนงตาของเซียนเยี่ยน รานกับมีอะไรบางอย่างบดบังดนงตาของนางทีละชุ่นๆ สายตาของเซียนเยี่ยนตกลงบนร่างของสุ่ยฉ่ายชิง ไม่มองนางอีกเลย นางยกยิ้มริมฝีปากอย่างไม่ยินดียินร้าย มือที่สั่นน้อยๆ ของนางสงบลงเป็นปกติ นิ้นมือทั้งห้าคลายออก แม้เนลานี้หันใจของนางรานกับถูกคนเอามีดอันคมปลาบคนักออกไปอย่างไรอย่างนั้น นางยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส ยื่นมือออกไปประคองสุ่ยฉ่ายชิงขึ้นมา “แม่นางพูดอันใดกัน ข้าก็เป็นแค่ผู้มาใหม่คนหนึ่ง หากแม่นางไม่กลับเมืองหล