เซียวจิ่นหัวเราะเสียงขื่น “ใช่ เจิ้นแจ่มแจ้งดีว่าเจ้าไม่ได้รั้งอยู่เพื่อเจิ้น แต่เพราะรอเขากลับมา” รอกระทั่งการเดินหมากเสร็จสิ้นลงหนึ่งกระดาน เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า “เจิ้นได้รับข่าว เสด็จอาอยู่ระหว่างทางกลับเมืองหลวงแล้ว คาดว่าคงเดินทางมาถึงเมืองหลวงในสองวันนี้”
หลินชิงเวยตกตะลึง ดวงตาของนางทอประกายวาบ ต่อให้เซียวจิ่นก้มหน้าก็รับรู้ได้ เพียงแต่ประกายในดวงตาของนางไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเขา
“ชิงเวย เจิ้นไม่ปรารถนาให้เจ้าต้องเจ็บ” เซียวจิ่นพลันจับจ้องมองนาง
หลังจากหลินชิงเวยได้สติแล้วก็หัวเราะออกมา “ยอดฝีมือในวังหลวงมีมากมายเช่นนี้ ผู้ใดจะมีความสามารถทำให้หม่อมฉันได้รับบาดเจ็บได้เพคะ?”
“เจิ้นหมายถึงทางด้านความรู้สึก” เซียวจิ่นพูด “เจ้าก็รู้ว่าเจิ้นหมายถึงอะไรกระมัง เจิ้นประสบมากับตัวเองแล้วความรู้สึกนั้นย่ำแย่เหลือเกิน ดังนั้นเจิ้นไม่ปรารถนาให้เจ้าต้องเผชิญกับมัน”
“ฝ่าบาทหมายถึงเซียวเยี่ยนใช่หรือไม่?”
“เขาอาจจะไม่ใช่คนรักของเจ้า”
ไม่รู้ด้วยเหตุใดหลินชิงเวยจึงรู้สึกว่าหัวใจของตนวูบโหวงอย่างร้ายกาจ เพราะคำพูดของเซียวจิ่น? ไม่ แต่ไหนแต่ไรมานางไม่เคยนำคำพูดของคนผู้หนึ่งไปประเมินอีกคนหนึ่ง ที่นางรู้สึกหัวใจหนักอึ้งเป็