ยความหวังของนางหรือไม่ แต่นางยังคงทำลายสัญชาตญาณของตนเองอีกครั้งหนึ่ง
หลินชิงเวยผลัดเปลี่ยนกระโปรงเป็นชุดสีเขียวอ่อน ขับให้ผิวพรรณของนางนวลผ่องประดุจหยก บนศีรษะประดับด้วยหวีสับ ผมหน้าม้านั้นคล้ายบดบังเรียวคิ้ว ทว่ามิได้บดบังคิ้วเรียวยาวประดุจทิวเขาของนาง แต่กลับขับให้ดวงตาทั้งคู่กระจ่างใสบริสุทธิ์
หลินชิงเวยหันหน้าเข้ากระจกสำริด แต้มชาดให้ตนเองบางๆ สีชมพูอ่อนๆ ประทับลงบนริมฝีปากแดงแตกต่างจากวันอื่นๆ ที่นางไม่ผัดแป้งแต้มชาด ราวกับส่งผลให้คนทั้งคนดูผ่องใสผิดหูผิดตา งดงามเปี่ยมเสน่ห์มีชีวิตชีวา ราวกับนางปีศาจน้อยที่ตกลงมาบนโลกมนุษย์อย่างไรอย่างนั้น
เมื่อนางเดินยกชายกระโปรงออกมา ซินหรูเห็นแล้วถึงกับตะลึงงัน “ปกติพี่สาวไม่แต้มชาด คิดไม่ถึงว่าจะงดงามถึงเพียงนี้!”
หลินชิงเวยยิ้มทว่าไม่พูดจา นางหรี่ตาลงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ท้องฟ้าสีฟ้าก้อนเมฆสีขาว อากาศดีเหลือเกิน หลินชิงเวยพูดขึ้นว่า “วันนี้อากาศดียิ่งนัก”
เมื่อนางออกจากตำหนักฉางเหยี่ยน เซียวจิ่นกำลังรอนางอยู่ เห็นนางเดินออกจากประตูตำหนักแต่ไกล สายตาของเซียวจิ่นตกอยู่บนร่างของนางตลอดเวลา ราวกับฤดูใบไม้ผลิอันงดงามก็ไม่อาจเทียบกับเงาร่างอรชรร่างนั