้น
รอจนหลินชิงเวยเดินเข้ามาใกล้ เซียวจิ่นพิจารณานางด้วยความรู้สึกตกตะลึงและฝาดเฝื่อนหลายส่วน นางลุกขึ้นมาแต่งกายประทินโฉมเพื่อเขา แต่เขาคนนั้นกลับไม่ใช่ตน
เซียวจิ่นยังคงพูดกลั้วหัวเราะ “ไปเถิด เวลานี้เสด็จอาน่าจะเกือบเข้าประตูวังมาแล้ว”
ระหว่างทางหลินชิงเวยถามขึ้นว่า “เหตุใดฝ่าบาทต้องพาข้าไปด้วยกันให้ได้เล่า?”
เซียวจิ่น “เสด็จอาไม่ใช่คนนอก วันนี้นอกจากเจ้าและเจิ้นแล้วก็ไม่มีผู้ใดอีก เจิ้นรู้ว่าเจ้าอยากพบเขามาก”
หลินชิงเวยไม่พูดอะไรอีก
เพิ่งจะไปถึงประตูวังชั้นกลางพลันเห็นรถม้าคันหนึ่งกำลังวิ่งผ่านเข้าประตูวังมา องครักษ์ก้มศีรษะคารวะและหลีกทาง รถม้าคันนั้นเคลื่อนตัวเข้ามาจากด้านนอก หลินชิงเวยหรี่ตาลงมองรถม้าคันนั้นเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งรถม้าคันนั้นหยุดลงห่างจากนางและเซียวจิ่นไม่มาก
คนบังคับรถม้าผู้นั้นดูท่าทางเป็นคนระมัดระวังอย่างยิ่งคนหนึ่ง หลินชิงเวยไม่เคยเห็นเขามาก่อน นางมองเขาก้าวลงมาอย่างมีมารยาท จากนั้นหันมาถวายบังคมเซียวจิ่นแล้วถอยออกไปยืนด้านข้าง เพียงเท่านี้ก็รู้ได้ว่าคนบังคับรถม้าคันนี้เป็นคนมีมารยาทยิ่งยวดคนหนึ่ง
แต่หลินชิงเวยมองออกว่าเขาไม่ใช่คนมีวรยุทธ์ น่าจะไม่ใช่องค