เหนียงมาถึงแล้วเพคะ”
เสียงอ่อนโยนดังขึ้นจากด้านใน “ให้นางเข้ามา”
“เชิญเจาอี๋เหนียงเหนียงเจ้าค่ะ”
นางกำนัลเปิดประตูห้องให้หลินชิงเวยเข้าไปแล้วปิดประตูห้องกลับไป หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นมองเห็นเซียวจิ่นนั่งอยู่บนตั่งตัวเตี้ยริมหน้าต่าง บนโต๊ะมีผ้าไหมสีเหลืองขมิ้นวางอยู่บนโต๊ะตัวเล็ก บนโต๊ะมีหมากกระดานหนึ่ง เวลานี้เซียวจิ่นกำลังหยิบหมากตัวหนึ่งวางลงบนกระดาน
เขาเห็นหลินชิงเวยเข้ามาแล้วจึงเงยหน้าคลี่ยิ้มบางๆ แววตาอบอุ่นราววสันตฤดู นัยน์ตาสีดำและขาวตัดกันชัดเจนราวกับอัญมณีที่บริสุทธิ์ที่สุดในใต้หล้า “ชิงเวย เจ้ามาแล้ว เดินหมากเป็นหรือไม่?”
หลินชิงเวยขมวดคิ้ว “ฝ่าบาทมิใช่พลานามัยไม่ใคร่ดีหรอกหรือ?”
เซียวจิ่นกล่าวยิ้มๆ “หากไม่พูดเช่นนั้นเจ้าจะมาหรือ?” พูดแล้วก็เลิกคิ้วเย้ยหยันตัวเอง “ครั้งนี้ใช้คำลวงเช่นนี้ ไม่แน่ว่าครั้งหน้าหากเจิ้นล้มป่วยลงจริงๆ เกรงว่าเจ้าคงไม่มากระมัง ครั้งหน้าเจิ้นต้องหาเหตุผลอื่น”
หลินชิงเวยกล่าวอย่างเห็นขัน “ที่จริงฝ่าบาทไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้”
เซียวจิ่นมองนางด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ “หากเจิ้นบอกว่าเจิ้นคิดถึงเจ้า อยากพบเจ้าเหลือเกิน เจ้าจะมาหรือไม่?”
หลินชิงเวยถอนสายตาจากก