ารประสานสายตากับเขา หลุบตาลงต่ำแล้ววางล่วมยาลงข้างกายเงียบๆ อับจนด้วยคำพูด
ความเงียบงันเพียงชั่วครู่ เซียวจิ่นรู้คำตอบแล้วเช่นกัน หรืออาจพูดได้ว่าต่อให้เขาไม่ถามออกไป เขาก็กระจ่างแจ้งในคำตอบแต่แรก เขาเพียงแต่ไม่ยินยอมถอดใจ ไม่อาจยอมรับว่าความรู้สึกของตนได้คืนมาเพียงความรู้สึกขมฝาดเต็มท้อง
เซียวจิ่นจัดกระดานหมากราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นและพูดขึ้นอีกว่า “เมื่อก่อนเสด็จอาอยู่ในวังหลวง เจิ้นทำงานเสร็จแล้วเขาจะสอนเจิ้นเดินหมาก เวลานี้เจิ้นพบว่านี่เป็นวิธีการขจัดความเหงาอย่างหนึ่ง พอดีเจิ้นอ่านพบเคล็ดวิธีการเดินหมากบนหนังสือเล่มหนึ่ง แต่ไร้คนเดินหมากเป็นเพื่อน ชิงเวย เจ้านั่งลงเดินหมากกระดานนี้กับเจิ้นได้หรือไม่?”
หลินชิงเวยตอบสั้นๆ “ข้าเดินหมากไม่เป็น”
เซียวจิ่นช้อนตามองนางด้วยแววตาอ่อนโยน “ไม่เป็นไร ขอเพียงเจ้านั่งอยู่ข้างกายเจิ้น เจิ้นก็เป็นสุขแล้ว”
หลินชิงเวยใคร่ครวญดูแล้วจึงตัดสินใจนั่งลงตรงข้ามเขาข้างโต๊ะตัวเล็ก หลินชิงเวยไม่มีกะจิตกะใจเดินหมาก อีกทั้งนางไม่ถนัดในศาสตร์ด้านนี้ เซียวจิ่นส่งหมากให้นางกล่องหนึ่ง นางจึงเดินหมากบนกระดานส่งเดช ในใจคิดเพียงว่าหากการเดินหมากส่งเดชทำให้เซียวจิ่นชนะ