เช่นกัน จึงไม่มีเวลามากระมัง”
หลินชิงเวยขมวดคิ้ว “เขาจะมาหรือไม่ มิใช่ควรจะบอกกับเจ้าหรือ? นิสัยแย่เช่นเดียวกับเจ้านายของเขา”
ซินหรูเงียบขรึม นางลอบมองหลินชิงเวยพร้อมกับพุ้ยข้าวเข้าปากพลางเอ่ยถาม “อ้อ เซ่อเจิ้งอ๋องทำเรื่องใดที่บอกกล่าวกับผู้อื่นไม่ได้ เขาก็ไม่ได้บอกกับพี่สาวหรือเจ้าคะ?” ยามนี้ซินหรูยังไม่รู้ว่าเซ่อเจิ้งอ๋องไม่ได้กลับมาพร้อมกัน นางมารู้อีกทีเมื่อผ่านไปอีกหลายวัน เวลานั้นจึงกระจ่างแจ้งในความหมายที่หลินชิงเวยพูดขึ้นเล็กน้อย
หลินชิงเวยมองนาง นางรีบคีบกับข้าวให้หลินชิงเวย “พี่สาว ไม่ต้องสนใจเจ้าค่ะ กิน!”
หลินชิงเวยหลุดหัวเราะแล้วเริ่มกินข้าวต่อ
หลังจากตำหนักฉางเหยี่ยนถูกยกเลิกคำสั่งกักบริเวณ เจ้านายของตำหนักอื่นๆ ต่างพากันเมียงมองมา พวกนางมิใช่ไม่เคยได้ยินว่าเมื่อก่อนหลินชิงเวยได้รับความโปรดปราน หากเวลานี้ยังคงได้รับโปรดปรานดังกาลก่อน เกรงว่าจะต้องไปผูกไมตรีเอาไว้ก่อน
ดังนั้นในวันรุ่งขึ้นจึงมีบรรดาพระสนมชายาที่มียศศักดิ์ต่ำกว่าหลินชิงเวยมาเยือนตำหนักฉางเหยี่ยน หลินชิงเวยนอนเกียจคร้านเสียจนปวดเมื่อยไปทั้งตัว ทันทีที่ตื่นขึ้นก็ต้องมาพบกับเรื่องหงุดหงิดเช่นนี้ ประโยคแรกที่กล่าวออกมาคือ “ไม่พบ