ังมาเพื่อสวัสดีปีใหม่เป็นการเฉพาะ”
เซียวจิ่นประทานที่นั่ง นางกำนัลยกน้ำชามาขึ้นโต๊ะ
เซียวจิ่นจิบชาไปคำหนึ่ง จึงพูดเรียบๆ ว่า “ทุกปีล้วนเป็นเช่นนี้ เจิ้นเคยชินเสียแล้ว เพียงแต่ปีนี้เสด็จอาสามเข้าวังมาเป็นการเฉพาะกลับทำให้เจิ้นไม่คุ้นเคย เสด็จอาสามเดินทางลงใต้ครั้งนี้ ได้อะไรมาบ้าง?”
เซียวอี้ได้ยินเช่นนั้นพลันตะลึงงัน สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและไม่ได้รับความเป็นธรรม “ลงใต้? หลานเข้าใจผิดหรือไม่ ช่วงปีใหม่นี้ แม้ข้าจะออกจากจวนน้อยยิ่ง ทว่ากลับมิได้เดินทางลงใต้เพื่อไปหาความลำบากใส่ตัว ทางใต้มิใช่กำลังประสบภัยธรรมชาติจากหิมะหรอกหรือ หลายวันมานี้สุขภาพข้าไม่ค่อยดีจึงได้แต่ปิดจวนรักษาตัวอยู่ในเรือน”
เซียวจิ่นมองเซียวอี้เนิ่นนาน สายตานั้นแยกแยะอารมณ์ไม่ออก เซียวอี้นั้นลื่นไหลราวกับไส้เดือนตัวหนึ่ง พูดปดไม่กะพริบตา
จากนั้นเซียวจิ่นพูดกลั้วหัวเราะ “เสด็จอาหลอกลวงขุนนางบุ๋นและบู๊ทั้งราชสำนักได้ แต่ไม่อาจหลอกเจิ้นได้” ครั้งนี้เพราะเขา เซียวจิ่นจึงสูญเสียองครักษ์ลับระดับยอดฝีมือที่เฟ้นตัวได้เพียงคนเดียวในรัศมีร้อยลี้ไปไม่น้อยทีเดียว
เซียวอี้ดื่มชาอย่างไม่อนาทรร้อนใจ “ข้าจะโกหกฝ่าบาทไปเพื่ออันใดกัน?