ล้วอย่างไรเล่า เสด็จอาเดินทางลงใต้อย่างไรก็ต้องพบอุปสรรคไม่มากก็น้อย เจิ้นให้ชิงเวยเดินทางไปช่วยเหลือเขา ไม่อาจปฏิเสธว่าไม่ดีทั้งหมด ชิงเวยเป็นสตรีไม่สามัญทั่วไป เรื่องนี้เสด็จอาสามน่าจะกระจ่างแจ้งกว่าเจิ้น ตลอดการเดินทางเสด็จอาสามถูกนางเอาเปรียบไปไม่น้อยมิใช่หรือ?”
เซียวอี้ได้ยินเช่นนั้นพลันหัวเราะเสียงต่ำแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเป็นธรรมชาติ “นางมิใช่ตะเกียงรอวันมอดดับจริงๆเช่นนี้แล้วฝ่าบาทกลับวางใจปล่อยนางไปอยู่ข้างกายเซ่อเจิ้งอ๋อง ข้าเลื่อมใสในน้ำพระทัยอันกว้างขวางของฝ่าบาทอย่างยิ่ง เพียงแต่อย่าให้ต้องเสียใจภายหลัง หากจะกล่าวว่าหลินเจาอี๋และเซ่อเจิ้งอ๋องเสมือนเสือที่ติดปีกก็ไม่เกินไปนัก ที่สำคัญอย่าให้กลายเป็นเรื่องงามหน้าเสื่อมเสียมาถึงเชื้อพระวงศ์”
เซียวจิ่นพูดเสียงเย็น “เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้เสด็จอาสามเป็นกังวล”
เซียวอี้ทิ้งขาทั้งคู่ลงพื้น ลุกขึ้นสะบัดชายอาภรณ์ หรี่ตาแล้วเดินออกไปข้างนอกเรือน พร้อมกับกล่าวยิ้มๆ “คำพูดของข้ามีเพียงเท่านี้ พูดมากไปไร้ประโยชน์ ขอฝ่าบาททรงไตร่ตรองให้ดี ข้าขอตัวกลับก่อน”
เซียวอี้กลับไปโดยไม่ร่ำลา และไม่ได้ถอยออกไปตามธรรมเนียมของขุนนางที่พึงมีต่อฮ่องเต้ เขาลุกขึ้นหันกาย