วจึงถามขึ้น
กู้หมิงเฟิ่ง “ผักกาดขาวนั้นสับให้ละเอียดนำมาห่อเกี๊ยว ผักอย่างอื่นนำมาผัดกิน”
ดังนั้นหลินชิงเวยจึงสะบัดน้ำที่เกาะอยู่ตามผักออก นำมาวางบนเขียง หยิบมีดทำครัวเล่มหนึ่งแล้วเริ่มหั่นผักกาดขาว
กู้หมิงเฟิ่งที่ยืนอยู่ด้านข้างเห็นแล้วถึงกับอ้าปากค้าง
หลินชิงเวยไม่เพียงแต่หั่นผักอย่างชำนาญ ผักที่นางหั่นออกมาละเอียดนัก มีขนาดเท่ากัน ไร้ที่ติอย่างที่สุด กู้หมิงเฟิ่งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อเล็กน้อย “ท่านทำอาหารเป็นด้วย?”
หลินชิงเวยเลิกคิ้วข้างหนึ่ง พูดอย่างท้าทายว่า “อย่างไรเล่า คาดไม่ถึง?” อดีตนางพึ่งพาตนเองได้ ลงครัวทำกับข้าวได้และออกงานสังคมได้ เป็นกุลสตรีในยุคใหม่เชียว เรื่องแค่นี้สร้างอุปสรรคให้นางไม่ได้หรอก เพียงแต่นางโชคดียิ่งนัก เวลาผ่านมานานเช่นนี้ ทักษะการใช้มีดผ่าตัดของนางไม่ได้ด้อยลงเลย รวมไปถึงการถือมีดทำครัวที่ยังคงเชี่ยวชาญดังเดิม
เห็นกู้หมิงเฟิ่งไม่พูดไม่จา หลินชิงเวยจึงนำผักกาดที่นำมาห่อเกี๊ยวทั้งหมดนั้นหั่นในคราวเดียว หลังจากนั้นปักมีดลงบนเขียงแล้วช้อนตาขึ้นมองกู้หมิงเฟิ่ง “ไยจึงมองข้าเล่า นวดแป้งไปสิ แป้งของเจ้ายังต้องนวดอีกพักใหญ่ๆ เชียว แผ่นเกี๊ยวที่นวดออกมาจึงจะ