ี่แขวนอยู่ใต้ต้นเหมย อิริยาบถทั้งหมดไหลลื่นประดุจธาราไหลริน ทำให้ผู้คนอดที่จะตกตะลึงและทอดถอนใจไม่ได้
เฉินเหยียนจือพูดเสียงดังอย่างเบิกบานใจว่า “ขอบพระทัยเซ่อเจิ้งอ๋องที่ยั้งมือไว้ไมตรี สามารถพ่ายแพ้แก่เซ่อเจิ้งอ๋องนับเป็นเกียรติของข้าน้อยอย่างที่สุดแล้ว”
“แม่ทัพเฉินอย่าได้เกรงใจ”
เวลานี้เอง กู้หมิงเฟิ่งกลับมาจากไปซื้อของข้างนอก ร้องเรียกขึ้นจากด้านนอก “เหยียนจือ รีบมาช่วยข้าเร็วเข้า!”
เฉินเหยียนจือรับคำ “มาแล้ว!” เขายิ้มแล้วพยักหน้าให้เซียวเยี่ยน และเห็นหลินชิงเวยที่อยู่ใต้ระเบียงทางเดิน จึงพยักหน้าเป็นการทักทายแล้วหันกายวิ่งออกไปช่วยงาน
เซียวเยี่ยนหันกายกลับมา เดินไปหาหลินชิงเวยอย่างไม่รีบร้อน หลินชิงเวยเอ่ยขึ้นว่า “ตั้งแต่ข้าตื่นมายังไม่เห็นเซี่ยนอ๋องเลย เซี่ยนอ๋องอยู่ที่ใด?”
เซียวเยี่ยน “เขากลับเมืองหลวงไปแล้ว”
หลินชิงเวยไม่ได้ถามอันใดให้มากความอีก กี่ครั้งแล้วที่เซี่ยนอ๋องต้องการให้เซียวเยี่ยนตาย หากเปลี่ยนเป็นนาง ไม่แน่ว่าจะใจกว้างปล่อยเขากลับไปอย่างง่ายดายเช่นเซียวเยี่ยนได้หรือไม่
เพียงแต่ด้วยฐานะเซี่ยนอ๋องแห่งราชวงศ์ของเขา หากจะกล่าวหาว่าเขามีความผิดฐานเป็นไส้ศึกสมคบคิดกับอวิ๋นหนาน ใน