้กับสกุลกู้จำเป็นต้องให้ฝ่าบาทออกพระราชโองการประกาศแก่ทั่วหล้า เจ้าไม่คิดว่าให้ฝ่าบาทออกราชโองการจึงจะมีน้ำหนักกว่ากันหรอกหรือ? ในเมื่อเซ่อเจิ้งอ๋องรับปากเจ้าแล้ว เขาย่อมต้องพูดให้ฝ่าบาทยินยอมได้”
กู้หมิงเฟิ่งกัดริมฝีปากแน่น พยายามกล้ำกลืนน้ำตากลับไป “ดี เช่นนั้นข้าจะรอวันที่พระราชโองการประกาศแก่ทั่วหล้า หากไม่มีวันนั้น ต่อให้ข้าเป็นผีก็ไม่มีวันปล่อยเขาไป”
หลินชิงเวย “หากไม่มีวันนั้น เจ้าไม่เพียงไปหาเขาได้ แต่มาหาข้าได้เช่นกัน” นางยังคิดจะพูดถึงเรื่องสำคัญในชีวิตของกู้หมิงเฟิ่ง ในเมื่อนางก็เป็นสตรีคนหนึ่งเช่นกัน ไม่อาจปลอมแปลงอยู่ในคราบของบุรุษตลอดชีวิต และไม่อาจจะปักใจอยู่กับเรื่องพลิกคดีให้แก่สกุลกู้ตลอดชีวิตเช่นกัน หากเป็นเช่นนั้นกลับจะเป็นภาระให้ตัวของนางเอง
สกุลกู้เหลือนางเพียงคนเดียว สำหรับนางแล้วย่อมต้องเป็นความทุกข์ทรมานแสนสาหัส
เมื่อเห็นกู้หมิงเฟิ่งมีปฏิกิริยาเช่นนี้ สุดท้ายหลินชิงเวยจึงไม่ได้พูดอะไรอีก กู้หมิงเฟิ่งลุกขึ้นและกล่าวว่า “แม่นางยังมีเรื่องอันใดอีกหรือไม่ หากไม่มี ข้าออกไปทำงานก่อน” ไม่รอให้หลินชิงเวยตอบ นางก็หันกายเดินออกไปแล้ว
ไหนเลยจะคิดเมื่อถึงเวลากลางคืนโคมไฟท