ียงหลินชิงเวยคนหนึ่ง คนผู้นี้กำลังวางนิ้วมือลงบนจุดชีพจรของนางเพื่อตรวจชีพจร ไหนเลยจะคิดว่าหลินชิงเวยจะลืมตาขึ้นอย่างกะทันหัน จึงตื่นตระหนกอยู่บ้าง อีกทั้งชิงหลันยังปรากฏกายขึ้นมา ท่านหมอผู้นั้นไหนเลยจะเคยพบเห็นงูในฤดูหนาวเช่นนี้ จึงตกใจจนล้มลงบนพื้นทันที
ท่านหมอพูดตะกุกตะกัก “แม่ แม่นางเพียงแต่ร่างกาย ร่างกายอ่อนแอ…เท่านั้น นอกจากนั้นแล้วไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง…”
ภายในเรือนยังมีกู้หมิงเฟิ่งอยู่ด้วย เมื่อนางเห็นหลินชิงเวยตื่นขึ้นแล้ว ดวงตาพลันวูบไหว เป็นนางที่พาท่านหมอเข้ามา
หลินชิงเวยรู้สึกไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัวนัก ร่างกายของนางอ่อนยวบ มือและเท้าทั้งสี่รู้สึกเย็นเยียบ แต่นางกระจ่างแจ้งดีว่านี่คือความรู้สึกของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ นางสูดปากครั้งหนึ่งและกล่าวยิ้มๆ “ลำบากท่านหมอแล้ว”
ท่านหมอรีบลุกขึ้นและออกไป กู้หมิงเฟิ่ง “แม่นางฟื้นแล้ว ดีเหลือเกิน”
หลินชิงเวยมองขึ้นไปเพดานของเตียง รับรู้ได้ว่าที่นี่ยังคงเป็นคฤหาสน์ที่แม่ทัพเฉินจัดให้พำนัก นางยังคงพักอยู่ห้องเดิมจึงถามขึ้นว่า “ข้านอนหลับไปนานแค่ไหน?”
กู้หมิงเฟิ่ง “แม่นางนอนมาหกวันแล้ว”
“หกวัน! เป็นเวลาค่อนข้างนานจริงๆ” หลินชิงเวยเอียง