อี้ทันที จนใจที่เซียวอี้รับมือเขาด้วยมือเพียงข้างเดียว ผนวกกับร่างกายเพิ่งฟื้นไข้ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเซียวเยี่ยน ประมือกันเพียงสองสามกระบวนท่าก็ถูกเซียวเยี่ยนซัดด้วยฝ่ามือจนต้องตกเป็นฝ่ายถอยร่น แขนยาวๆ ข้างหนึ่งโอบเอวของหลินชิงเวยพานางเข้ามาสู่อ้อมกอดในชั่วพริบตา
ใบหน้าด้านข้างของหลินชิงเวยแนบไปกับอกของเซียวเยี่ยน รับรู้ได้ไอเย็นจากหิมะที่เกาะอยู่บนอาภรณ์ของเขา ได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นด้วยจังหวะหนักแน่นมั่นคง ในใจพลันรู้สึกสงบยิ่ง นางเงยหน้าขึ้นมองคางของเขาแล้วพูดคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ท่านมาถึงช้ากว่าที่ข้าคิดเอาไว้เสียอีก”
เซียวอี้ย่อมไม่รู้ว่าหลินชิงเวยและเซียวเยี่ยนมีพิราบที่มีจิตวิญญาณส่งถึงกันสองตัว ชื่อหยางชุนและไป๋เสวี่ย ยามนี้หยางชุนไป๋เสวี่ยกำลังพลอดรักกันอยู่บนกิ่งไม้ด้านนอกห้องโถงของวัดร้าง
คืนนั้นทั้งภายในและภายนอกวัดร้างไม่มีการปะทะต่อสู้กันอย่างดุเดือด เซียวอี้เป็นคนรู้จักกาลเทศะ ดังนั้นเขาจึงไม่อาจไม่ยอมเป็นนักโทษของเซียวเยี่ยน
หลินชิงเวยและเซียวเยี่ยนเดินทางกลับเมืองผิงหลั่งอีกครั้ง พวกเขาพำนักอยู่ในคฤหาสน์ของเฉินเหยียนจือ มีกำลังทหารอารักขาอย่างแน่นหนา เซียวอ