ราวกับมาจากภูเขาทางด้านนั้น และคล้ายว่ามาเบื้องหน้า สิ่งเดียวที่แยกแยะได้ก็คือเสียงผิวปากนี้ยิ่งดังชัดเจน ผู้ที่ผิวปากเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
ประสาทการได้ยินของเซียวเยี่ยนไม่สามัญ เขาได้ยินเสียงควบม้าในลำดับแรก สีหน้าของเขาวูบไหว บางสิ่งบางอย่างวูบไหวในดวงตาของเขาและหายไปในชั่วพริบตา
เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่นาง นางอยู่ไกลถึงซั่งจิง
เมื่อหลินชิงเวยและม้าของนางปรากฏกายขึ้นข้างผืนป่านั้น สีหน้าของนางเย็นชา ปลายนิ้วบีบอยู่บริเวณริมฝีปาก เสียงผิวปากครั้งสุดท้ายของนางยาวยิ่งยวด
ชาวอวิ๋นหนานกำลังตกตะลึง “ฝูงงูมาแล้ว! นี่มันฤดูหนาว ไฉนจึงมีงูได้?!”
หลินชิงเวยหรี่ตาลงไม่ใส่ใจต่อแมงมุมสีดำที่มีมากมายก่ายกองนั้น นางสะบัดแส้ในมือแล้วควบม้าพุ่งทะยานเข้าไปหาเซียวเยี่ยน กีบม้าเหยียบแมงมุมสีดำเหล่านั้นจนกลายเป็นโคลนตม พร้อมกับเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของม้า หลินชิงเวยยกมือขึ้นดึงปิ่นปักผมแทงลงบนหลังม้าอย่างแรง ม้าตัวนั้นพุ่งไปข้างหน้าด้วยความบ้าคลั่ง เมื่อม้าตัวนั้นควบผ่านหน้าเซียวเยี่ยน นางกระโดดลงจากหลังม้าพร้อมกับร้องว่า “เซียวเยี่ยน!”
เซียวเยี่ยนหันกายกลับมาพร้อมกับยื่นแขนทั้งสองข้างออกมารับร่างของนางเข้าสู่อ้อมกอดของตน ก่อนหน้าที่หลินชิงเวยจะตกลงสู่พื้น
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเสี้ยววินาที
หลินชิงเวยตัดสินใจเด็ดขาด ปฏิกิริยาของเซียวเยี่ยนรวดเร็วแม่นยำยิ่งยวด คนทั้งสองต่างรู้อกรู้ใจกันดี ราวกับหากเซียวเยี