ย!”
“ถูกต้อง! สังหารก็ไม่เสียดาย!”
หลินชิงเวยกวักมือให้กับหัวโจกของชาวบ้านซึ่งเป็นบุรุษคนหนึ่งมาหาตน บุรุษผู้นั้นวิ่งเหยาะๆ เข้ามา นางจึงมอบหน้าที่ดูแลเชือกเส้นนั้นให้กับเขาและกล่าวว่า “ลำดับต่อไปจะได้สิ่งที่พวกท่านต้องการหรือไม่นั้น ต้องดูว่าพวกเจ้าทำอย่างไร หากไม่สามารถทำให้ท่านเจ้าเมืองผู้นี้ตกปากรับคำ เขาไม่ยินยอมเปิดคลังแจกจ่ายเสบียงอาหารและเสื้อหนาวให้กับทุกคนก็ไม่ต้องปล่อยเขาลงมา ปล่อยให้เขาหนาวตายอยู่ข้างบนดีแล้ว”
ชาวบ้านที่ตกอยู่ในความสิ้นหวังราวกับได้รับความหวังใหม่ พวกเขาจะมีชีวิตต่อไปหรือตายท่ามกลางวิกฤติล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาดิ้นรนพยายาม ครั้งนี้พวกเขาไม่มีวันถอยหลังเด็ดขาด
ดังนั้นชาวบ้านทั้งเมืองต่างล้อมประตูเมืองเอาไว้เพื่อดูแลเชือกที่มัดท่านเจ้าเมืองไว้อย่างดี หากท่านเจ้าเมืองไม่รับปากพวกเขาจะไม่มีวันปล่อยเขาลงมา
เมื่อคืนท่านเจ้าเมืองได้รับความเจ็บปวดจนหมดสติไป วันนี้เขาค่อยๆ ได้สติตื่นขึ้นท่ามกลางความเหน็บหนาวและเสียงก่นด่าของชาวบ้าน เขาเหลือชีวิตเพียงแค่ครึ่งเดียว ไม่อาจสนใจความเจ็บปวดแสนสาหัสที่แล่นปราดตามร่างกาย ลำดับแรกเขาเห็นตนเองถูกแขวนลอยกลางอากาศอยู่บนกำแพงเมืองจึงตื่นตระหนก