น ไม่สู้ปิดประตูก่อน ราตรีนี้อีกยาวไกล พวกเราค่อยเป็นค่อยไป”
ท่านเจ้าเมืองผู้นั้นเห็นนางแล้วราวกับวิญญาณไม่อยู่กับร่าง ไหนเลยจะใส่ใจเรื่องอื่น ได้ยินเช่นนั้นจึงคิดว่ามีเหตุผล เขาและคนงามจะอยู่ร่วมกันจนฟ้าสาง ไหนเลยจะต้องเปิดประตูทำด้วยเล่า อีกทั้งด้านนอกลมหนาวพัดกรรโชกเข้ามา ทำให้ไม่สบายเนื้อสบายตัว ดังนั้นเขาจึงเดินไปปิดประตู ยื่นหน้าออกไปเห็นองครักษ์ส่วนหนึ่งเฝ้าอยู่ด้านนอกเรือน เสียงของหลินชิงเวยดังขึ้นในเวลาอันเหมาะสม “ให้พวกเขาออกไปให้หมดเถิด อีกประเดี๋ยวได้ยินสิ่งที่ไม่ควรได้ยิน จะทำให้พวกเขาลำบากใจ”
ท่านเจ้าเมืองยู่ปากพูดกับองครักษ์ว่า “ได้ยินแล้วหรือไม่ ไปๆๆ ออกไปให้หมด ไม่มีคำสั่งของข้า ห้ามเข้ามาในเรือนเด็ดขาด”
รอจนท่านเจ้าเมืองไล่คนไปหมดและปิดประตูแล้ว เขาเดินถูมือกลับมาหลินชิงเวย หลินชิงเวยจึงยิ้มจนตายิบหยีพลางเงยหน้าขึ้นช้าๆ
แม้ท่านเจ้าเมืองร่ำสุราจนเมามายอยู่บ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นเลอะเลือนจนแยกแยะอะไรไม่ออก เมื่อหลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นนางมีใบหน้าแตกต่างจากหงหลิงโดยสิ้นเชิง
ท่านเจ้าเมืองระแวดระวังตัวขึ้นมาทันที เขาถามขึ้นว่า “เจ้าไม่ใช่หงหลิง เจ้าเป็นใคร?”
หลินชิงเวย “ข้าย่อมมาปรนนิบ