ใต้เท้ากลับไม่รังเกียจที่จะจ่ายเงินให้อีก”
ทันทีที่ท่านเจ้าเมืองได้ยินเช่นนั้นก็เหยียดกายยืนตรงแล้วสะบัดชายอาภรณ์ทันที ไม่ว่าผู้ใดล้วนไม่ปรารถนาให้ตนเองกลายเป็นคนมีเงินผู้โง่เขลา เมื่อได้ยินหลินชิงเวยพูดเช่นนี้จึงอดที่จะรู้สึกไม่พอใจไม่ได้ “หงหลิงเป็นเพียงหญิงในหอโคมเขียวคนหนึ่ง ผู้ใดมีเงินก็ครอบครองร่างกายของนางได้ ข้าก็แค่เห็นว่านางยังมีรูปโฉมงดงามอยู่สองส่วน นางถึงกับพูดเช่นนี้ต่อหน้าเจ้าหรือ? ดูท่าแล้วข้าเสียแรงที่เอ็นดูนาง ช่างเป็นสตรีไม่รู้ดีชั่ว!” พูดแล้วเขาพลันหรี่ตาลงมองหลินชิงเวยด้วยสายตาประเมินท่าทีแล้วหัวเราะขึ้นมา “เจ้ามาพูดจาให้ร้ายหงหลิงต่อหน้าข้า ไม่เกรงกลัวว่าข้าจะไม่เห็นแก่หน้าเจ้าหรือ?”
หลินชิงเวยหัวเราะ “สิ่งที่ข้าพูดเป็นความจริง ไหนเลยจะเป็นการพูดจาให้ร้ายได้เล่า ใต้เท้า ไม่รู้ว่าคืนนี้ข้าปรนนิบัติท่าน ท่านคิดจะให้เงินข้าเป็นจำนวนเท่าใด?”
สายตาซอกแซกของท่านเจ้าเมืองเมียงมองร่างของหลินชิงเวยขึ้นๆ ลงๆ “ให้เจ้าย่อมไม่น้อยแน่นอน ขอเพียงคืนนี้เจ้าสามารถทำให้ข้าพึงพอใจ ข้าจะให้เจ้าเป็นสองเท่าที่ให้หงหลิงดีหรือไม่?”
รอยยิ้มบนริมฝีปากของหลินชิงเวยกดลึกยิ่งขึ้น “ดูท่าแล้วใต้เท้ามี