นทางมาถึงอีกเมืองหนึ่ง นางได้เดินทางมาครึ่งทางแล้ว ระยะทางที่เหลือหากไม่มีเซียวอี้ และไม่อันตรายใดๆ ก็ดี แต่ชัดเจนยิ่งนักว่าเป็นไปไม่ได้
หลินชิงเวยมีแผนการในใจนานแล้ว หากต้องการแกะรอยอวิ๋นหนานอ๋อง เซียวอี้มีการติดต่อไปมากับอวิ๋นหนานอ๋องเป็นเวลานาน น่าจะใช้ประโยชน์ได้ในจุดนี้
วันนี้หลินชิงเวยเข้าพักในโรงเตี๊ยม เสียงลมพัดกรูอยู่ด้านนอก นางเข้ามาสั่งอาหารหนึ่งโต๊ะ กับข้าวเพิ่งจะขึ้นโต๊ะยังไม่ได้ขยับตะเกียบ ประตูห้องพลันถูกคนบุกเข้ามา
เซียวอี้ในอาภรณ์ชุดดำ ไอเย็นยังจับอยู่ตามร่างกายของเขา เส้นผมและหัวไหล่ของเขายังมีหิมะที่ยังไม่ละลาย เขาเสมือนเทพในยามกลางคืนอย่างไรอย่างนั้น ยืนจ้องมองหลินชิงเวย
หลินชิงเวยไม่ประหลาดใจ นางช้อนตาขึ้นยิ้มให้เขาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “มาทันกินข้าวพอดี นั่ง”
ในใจเซียวอี้เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง ไหนเลยจะใช้อาหารเพียงมื้อเดียวทำให้คลายโทสะได้ เขาเดินมาหยุดเบื้องหน้าหลินชิงเวยแล้วหิ้วตัวนางขึ้นมาราวกับนางเป็นลูกไก่ตัวหนึ่งพร้อมกับหรี่ตาลงพูดเสียงเย็น “เปิ่นหวางดูถูกเจ้าเกินไป คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะหนีเอาตัวรอดเมื่อภัยมา ช่างเป็นสตรีใจคอโหดเหี้ยมนัก! ถึงกับทิ้งเปิ่นหวางแล้ว