่กำลังจะสวมอาภรณ์เรียบร้อย นางสะบัดปลายผมที่ครึ่งเปียกครึ่งแห้ง เสียงเคาะประตูพลันดังขึ้น นางเปิดประตูเห็นเซียวอี้ยืนอยู่หน้าประตู มือข้างหนึ่งของเขาถือถาดใบหนึ่ง ในถาดใบนั้นมีอาหารหลายอย่าง
เขามองหลินชิงเวยขึ้นๆ ลงๆ อย่างประเมินในทีแล้วยักยิ้มมุมปากอย่างหยอกเย้า สายตาตกลงมาปกคอเสื้อของหลินชิงเวยที่ยังไม่ได้ทบให้ดี พร้อมกับสูดดมและกล่าวว่า “หญิงงามเพิ่งชำระกาย คงได้แต่โทษข้าที่มาช้าไปก้าวหนึ่ง”
หลินชิงเวยดึงปกคอเสื้อให้กระชับขึ้น หันกายกลับไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ท่านควรจะดีใจที่ท่านมาช้าไปก้าวหนึ่ง หาไม่แล้วข้าจะต้องทำให้ดวงตาทั้งคู่ของท่านมืดบอด”
เซียวอี้วางอาหารลงบนโต๊ะ “กินเถิด นี่เป็นอาหารที่ดีที่สุดในโรงเตี๊ยม ไม่รู้รูปร่างบอบบางสูงศักดิ์เช่นเจ้าจะกินได้หรือไม่”
ชัดเจนยิ่งนักว่าปริมาณของอาหารนั้นเตรียมมาสำหรับสองคน
หลินชิงเวยเร่งเดินทางมาตลอดทั้งคืน นางหิวจนไส้กิ่วนานแล้วจึงไม่ใส่ใจเซียวอี้ ตักข้าวและเริ่มกินอาหารช้าๆ
เซียวอี้มองนางกินอาหารอย่างออกรสอยู่ด้านข้าง ถึงกับรู้สึกว่านางกินอาหารธรรมดาสามัญนี้ราวกับมันเป็นอาหารเลิศรสอย่างไรอย่างนั้น ลำพังแค่มองดูนางกินอาหาร