ก็ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่ง ทว่าเขายังคงหยิบถ้วยและตะเกียบขึ้นมา “เจ้าไม่มีการป้องกันตัวเช่นนี้ ไม่กลัวว่าข้าจะใส่อะไรลงไปในอาหารหรือไร?”
“หากทำเช่นนั้นจะมีผลดีอันใดกับท่าน” หลินชิงเวยไม่เชื่อถือคนเช่นเซียวอี้ เพียงแต่เซียวอี้จัดเตรียมอาหารสำหรับสองคนมา แสดงให้เห็นว่าเขาเองต้องกินด้วย เขาคงไม่ถึงกับวางยาลงไปในอาหารที่เขาต้องกินด้วยกระมัง อีกทั้งยาพิษและยาสลบเหล่านั้นมิอาจล้มนางได้
เซียวอี้ใช้ตะเกียบคีบอาหารส่งเข้าปาก ทันทีรับรู้รสชาติของอาหารก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ชัดเจนยิ่งว่าอาหารเหล่านี้มิได้เอร็ดอร่อยเหมือนกับที่นางกิน
หลังจากกินข้าวอิ่มแล้ว หลินชิงเวยล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้าเมื่อคืนไม่ได้นอนทั้งคืน นางเอนกายนอนในครั้งนี้เป็นการหลับลึก กระทั่งท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีโพล้เพล้
ยามนี้สายลมอันเหน็บหนาวพัดอยู่นอกหน้าต่าง หิมะเล็กๆ เริ่มตกลงมากลางอากาศ เซียวอี้เข้ามาส่งอาหารเย็นในห้องของนาง ครั้งนี้ปริมาณอาหารกลับเป็นของนางเพียงคนเดียว หลินชิงเวยมองดูกล่องอาหารอย่างมึนงง ไม่ได้เริ่มลงมือกิน
เซียวอี้ยกมือขึ้นพูดเย้าว่า “ยามนี้เลยเวลาอาหารเย็นไปนานแล้ว ข้ากินไปแล้ว เจ้าคงมิได้ระแวง