สงสัยว่าข้าจะวางยาในอาหารตอนนี้กระมัง?”
หลินชิงเวยค่อยๆ ขยับตะเกียบในมือ สายตาของเซียวอี้จับจ้องไปที่ร่างของนางไม่วางตา มองนางกินอาหารลงไปทีละคำๆ
เมื่อหลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นมองเขา เขาเดินไปหยุดริมหน้าต่างราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาผลักประตูหน้าออกมองหิมะที่กำลังตกหนักอยู่ด้านนอก “เกรงว่าหิมะในค่ำคืนนี้จะไม่หยุดตก พวกเราพักแรมที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้สักคืนหนึ่ง พรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อเถิด” เห็นหลินชิงเวยไม่ตอบคำถามเขาจึงเงียบไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยขึ้นว่า “วางใจเถิด ใช้เวลาไม่ถึงสี่สิบเก้าวัน พวกเราก็เดินทางไปถึงหนานเจียง”
หลินชิงเวยพูดเรียบ “ข้าไม่กังวลแม้แต่นิดเดียวว่าภายในเวลาสี่สิบเก้าวันนี้จะเดินทางไปถึงที่นั่นหรือไม่ ข้าเพียงแต่กังวลว่าเซ่อเจิ้งอ๋องปลอดภัยดีหรือไม่ หากเขาตายแล้ว ท่านก็ต้องตายตามไปด้วย”
เซียวอี้สูดลมหายใจเข้าลึก ด้วยถูกคำพูดของนางยั่วโทสะกระทั่งหน้าอกสั่นสะท้าน “เขาตายก็ดี!” สตรีร้ายกาจนางนี้รู้จักแต่เป็นห่วงเซ่อเจิ้งอ๋อง ไม่ดูเสียบ้างเวลานี้ผู้ใดกันที่เดินทางลงใต้เป็นพันลี้เป็นเพื่อนนาง!
เซียวอี้เก็บถ้วยและตะเกียบออกไป หลินชิงเวยเช็ดปากของตนแล้วเปิดหน้าต่างครึ่งหนึ่ง นั