“ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ”
ขณะที่นางหันกายกลับไป เสียงของเซียวจิ่นพลันดังขึ้นด้านหลัง “เจ้ารับปากเจิ้นได้หรือไม่ วันที่เจ้าจะไปจากวังหลวงจริงๆ อย่าได้จากไปโดยไม่บอกไม่กล่าว กลับมาบอกลาเจิ้นสักหน่อย?”
หลินชิงเวย “ได้เพคะ”
พูดแล้วหลินชิงเวยก็เปิดประตูห้องแล้วเดินออกไป เซียวจิ่นมองความมืดมิดนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าเจ็บปวด เขาค่อยๆ หลับตาลง กดข่มตนเองไม่ให้หันไปมองเงาร่างด้านหลังของนางที่จากไป ไม่ฟังเสียงฝีเท้าของนางที่ห่างไกลออกไป แต่ต่อให้เป็นเช่นนี้เขาก็รู้ดีว่าหลินชิงเวยค่อยๆ ห่างจากเขาทีละน้อยๆ
หลินชิงเวยเดินออกไปนอกตำหนัก นางยังคงอยู่ในกระโปรงสีแดงสด เพียงแต่บนศีรษะของนางไม่มีมงกุฎหงส์ เส้มผมยาวดำขลับแผ่สยายลงบนไหล่ เมื่อเทียบกับยามมาที่นี่ดูแล้วผ่อนคลายลงเล็กน้อย ท่ามกลางความหนาวเย็นในยามราตรีใบหน้าของนางไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ
ข้ารับใช้ในตำหนักซวี่หยางเห็นนางออกมากลับพากันตกตะลึง ชัดเจนยิ่งนักว่าคาดไม่ถึง ในยามปกติฝ่าบาททรงโปรดปรานหลินเจาอี๋อย่างยิ่ง แต่นี่กลับออกมาแล้ว
หลินชิงเวยพูดเสียงเรียบ “ในยามปกติที่ฝ่าบาทใกล้ชิดกันมิได้มีความรู้สึกอันใด ไม่อาจกล่าวได้ว่าน่าสนใจอันใด ดังนั