้นข้าจึงถูกไล่ออกมาเช่นกัน”
ข้ารับใช้ทั้งหมด “…”
นางเดินไปข้างหน้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วยังกำชับว่า “แต่ราตรีนั้นยาวนัก อย่างไรก็ต้องมีคนมาอุ่นเตียงให้ฝ่าบาท พวกเจ้าไปเชิญเหนียงเหนียงท่านหนึ่งมาเถิด”
ขันทีผู้รับผิดชอบกรมวังได้แต่เกาศีรษะด้วยความลำบากใจ “เจาอี๋เหนียงเหนียง ท่านเห็นว่าควรเชิญผู้ใดดีขอรับ?”
หลินชิงเวย “ไปเชิญซีเฟยที่มาเยือนที่นี่เมื่อหลายวันมาก่อนเถอะ”
“แต่ทางด้านฝ่าบาท…” ขันทีพูดไม่ออก กระทั่งหลินเจาอี๋ยังถูกฝ่าบาทไล่ออกมา ยังมีใครในวังที่เขาจะชมชอบจริงๆ อีกหรือไร? ในเมื่อไม่มีที่ชมชอบจริงๆ เช่นนั้นเชิญใครมาก็คงไม่เป็นไรกระมัง?
อย่างไรซีเฟยก็เคยมาเยือนที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง แม้ครั้งนั้นจะไม่ราบรื่น แต่ทุกอย่างได้ตระเตรียมการไว้เป็นอย่างดีแล้ว นางย่อมแจ่มแจ้งดีว่าควรทำอย่างไร หากไปเชิญเหนียงเหนียงท่านอื่นจากตำหนักอื่นอย่างกะทันหันเช่นนี้ เกรงว่าจะไม่มีเวลาสอนอบรมเรื่องที่เหนียงเหนียงควรทำ
ดังนั้นขันทีจึงไม่พูดอันใดให้มากความและรีบเร่งออกจากตำหนักซวี่หยางเพื่อไปเชิญซีเฟย
หลังจากหลินชิงเวยออกมาจากตำหนักซวี่หยาง บรรยากาศภายในตำหนักบรรทมของเซียวจิ่นเต็มไปด้วยความสลดหดหู่ เซียวจิ่