นหันหน้าไปทางหน้าต่างและพูดเสียงเย็น “เด็กๆ”
คนชุดดำคนหนึ่งปรากฏขึ้นนอกหน้าต่างในชั่วพริบตา
เซียวจิ่นสั่งการ “หากหลินเจาอี๋ออกจากวัง ให้จัดยอดฝีมือหลายคนอารักขาความปลอดภัยของนาง หากเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับนางเพียงครึ่งส่วน ให้ถือศีรษะมาพบเจิ้น!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ต่อมาคนชุดดำลับหายไป เซียวจิ่นหันกายกลับไปมาดับเทียนไขสีแดง กระชากมุ้งดอกพุดตานราวกับคลุ้มคลั่งก็ไม่ปาน หลินชิงเวยไม่ได้นำกาสุราบนโต๊ะไปด้วย เขาช้อนตาขึ้นมองแล้วโผเข้าไปหยิบสุรากานั้นกรอกใส่ปากของตน
สุราไหลผ่านลำคอของเขา ให้ความรู้สึกร้อนรุ่มดังไฟ ใบหน้าของเขาแดงก่ำ ปรากฏให้เห็นน้ำตาบริเวณหางตา
เขาอยากเมา
ตลอดมาเขาล้วนมีสติเสมอ เขาปรารถนาที่จะเมามายสักครั้งเพื่อลืมทุกสิ่งทุกอย่าง หลินชิงเวยไปตามหาเซ่อเจิ้งอ๋อง ย่อมต้องเป็นเรื่องดี เพียงแต่หากเขาไม่ชมชอบหลินชิงเวยก็ดีน่ะสิ
ไม่ได้ชมชอบก็ดี…
ความรู้สึกของฮ่องเต้ผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้าไหนเลยจะมีเพียงหนึ่งเดียว ต่อให้ทำได้ แต่ทางด้านร่างกายแล้วจะทำได้หรือ? ภายในตำหนักในมีหญิงสาวมากมายเช่นนั้น รอให้เขาเป็นหยาดพิรุณหยดพรมโดยทั่วถึง เขาไหนเลยจะมีเวลามาพูดถึงความรัก แม้การแต่งงานเชื่อมสัมพ