เขาหันกลับมาตามเสียงที่ได้ยิน นาทีที่เขาเห็นหลินชิงเวย ดวงตาของเขาเปล่งประกาย รอยยิ้มอันอบอุ่นที่เขายินยอมให้ปรากฏขึ้นในดวงตาเมื่อเห็นหลินชิงเวยเท่านั้น
เซียวจิ่น “ชิงเวย เจ้ามานี่ เจิ้นจำได้เมื่อแรกที่เจ้าเพิ่งเข้าวังมา เจิ้นกำลังต่อสู้กับความเจ็บปวดจากอาการเจ็บป่วย เจิ้นยังไม่รู้จักเจ้า มาบัดนี้ล่วงเลยมาเกือบปีแล้ว เจิ้นอยากชดเชยการแต่งงานกับเจ้าในครั้งนั้น ไม่รู้ว่าจะเป็นการสายเกินไปหรือไม่?”
หลินชิงเวยเห็นอารมณ์ในแววตาของเขาอย่างแจ่มชัด “ท่านต้องการให้ข้าปฏิบัติต่อท่านเฉกเช่นเห็นท่านเป็นเด็กน้อยคนหนึ่ง หรือบุรุษคนหนึ่งเล่า?”
สีหน้าของเซียวจิ่นแข็งค้างเล็กน้อย “แม้เจิ้นจะอายุน้อยกว่าเจ้าสามปี แต่เจิ้นไม่ใช่เด็กน้อยไม่รู้ประสาเช่นกัน ย่อมต้องปรารถนาให้ชิงเวยปฏิบัติต่อข้าเช่นประการหลัง”
“เช่นนั้นก็ดี” หลินชิงเวยพูดไปพร้อมกับปลดมงกุฎหงส์ออกจากศีรษะ ปิ่นทองที่อยู่บนเส้นผมส่ายไหวไปมา รวมไปถึงต่างหูทับทิมสีแดง รอยยิ้มที่นางมีต่อเซียวจิ่นในยามปกติค่อยๆ เลือนหายไป ราวกับเป็นสายลมอันเหน็บหนาวในยามค่ำคืนที่พัดผ่านน้ำค้างบนพื้นกระด้างแล้วแทนที่ด้วยความว่างเปล่า นางมองเซียวจิ่นตรงๆ และกล่าวว่า “ครั้ง