แล้วครั้งเล่าล้วนเป็นฮ่องเต้ไม่มีทางลง ดังนั้นจึงปรารถนาให้ข้าไม่มีทางลงเช่นกัน นี่คือสิ่งที่ฝ่าบาทต้องการใช่หรือไม่? ข้าไม่ใช่คนทำเพื่อคนอื่นสักเท่าใด แต่ทว่าข้าเห็นแก่หน้าของฝ่าบาทครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ให้ฝ่าบาทต้องลำบากใจประการใด บารมีของฝ่าบาทไม่เสื่อมเสียสักกระผีก ที่แท้สิ่งที่ต้องการก็คืออ้อมกอดของฝ่าบาทเช่นนั้นหรือ?”
“ชิงเวย…”
แสงสว่างจากเทียนไขที่สาดส่องดวงตาของหลินชิงเวยแจ่มชัด แต่ที่เซียวจิ่นมองเห็นในดวงตานอกจากความมีสติเต็มเปี่ยมแล้วมองไม่เห็นอย่างอื่นอีก
เซียวจิ่นกะพริบม่านตา ในดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เขาหัวเราะเสียงขื่น “หากเจิ้นวางหมากแต่ละก้าวเช่นที่เจ้าพูด เพื่อให้เจ้ารั้งอยู่ที่นี่ เจ้าจะคิดว่าเจิ้นเป็นคนต่ำช้าหรือไม่?”
หลินชิงเวยพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว “เช่นนั้นก็ต้องดูว่าฝ่าบาททำถึงขั้นใด”
เซียวจิ่นสูดลมหายใจเข้าลึก “ในเมื่อเจ้าล่วงรู้ทุกอย่าง เช่นนั้นเหตุใดยังต้องมาอีกเล่า? เจ้ารู้หรือไม่ว่าเมื่อสักครู่ นาทีที่เจิ้นเห็นเจ้าก้าวเข้ามา เจิ้นคิดว่าเจ้าเปลี่ยนใจยินดีมายืนอยู่ข้างกายเจิ้น เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจิ้นยินดีเพียงใด?”
หลินชิงเวย “วันนี้ไทเฮาประทับอยู่ในตำหนักฉางเหยี่ยนทั้งวัน ข้า