ิงเวยเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ก้าวออกจากตำหนักฉางเหยี่ยนแม้แต่ก้าวเดียว นางจนปัญญาเช่นกัน นางปรารถนาเพียงรอการกลับมาของเซียวเยี่ยนอย่างสงบ สำหรับเซียวจิ่น หากไม่พบหน้าได้ก็ไม่พบ ตัวเขาเองไม่ยอมลืมเลือนย่อมไม่ใช่เรื่องดีอันใด
เพียงแต่หลังจากที่เซียวจิ่นประสบกับเหตุการณ์ในคืนนั้นแล้ว เขาเปลี่ยนเป็นคนเจ้าอารมณ์และหงุดหงิด อีกทั้งไม่ได้เรียกตัวนางสนมคนใดมาปรนนิบัติอีกเลย
ทว่าตัวเขาเองรู้ดีว่าเขานับว่าเป็นบุรุษคนหนึ่งและไม่ใช่เด็กที่ไม่รู้ความอีกต่อไปแล้วกรมวังทำงานอย่างรู้หน้าที่เต็มกำลัง ทุกวันจะส่งคนมาถามครั้งหนึ่งว่าคืนนี้เซียวจิ่นจะเรียกตัวผู้ใดมาปรนนิบัติ
เซียวจิ่นหงุดหงิดใจเป็นที่สุด ในที่สุดจึงด่าคนกลับไป
วันนี้หมัวมัวของตำหนักคุนเหอขอเข้าเฝ้า บอกว่านำบทสวดมนต์ที่ไทเฮาคัดเสร็จในหลายวันนี้มาส่ง เซียวจิ่นย่อมต้องให้พบ หมัวมัวเข้าเฝ้าแล้วจึงมอบบทสวดมนต์ของไทเฮาให้เซียวจิ่นผ่านตา “ไทเฮาสวดมนต์อยู่ในห้องพระทุกวันเพคะ เก็บเนื้อเก็บตัวสวดมนต์ภาวนาให้กับวิญญาณของผู้ตาย ไม่เคยหยุดคัดคัมภีร์เหล่านี้ด้วยความตั้งใจจริง ขอฝ่าบาทโปรดประทานอภัยด้วยเพคะ”
เซียวจิ่นเหลือบมองคัมภีร์เหล่านั้นด้วยสายตาเย็นชา “เจิ้นร