ไปในราชสำนักแล้ว คนที่เจิ้นไว้เนื้อเชื่อใจได้มีเสด็จอาเพียงคนเดียว เจิ้นรู้เพียงว่าหากเปรียบเทียบกับการเป็นห่วงแล้วไม่สู้ทำเรื่องที่เสด็จอาฝากฝังไว้ให้ดี จึงจะไม่ทำให้เกิดสถานการณ์วุ่นวาย ไม่ทำให้เขาผิดหวัง สิ่งที่เจิ้นทำได้เพียงอย่างเดียวคือพยายามและพากเพียรยิ่งขึ้น”
หลินชิงเวยเดินมาหยุดเบื้องหน้าเซียวจิ่น นางกล่าวเบาๆ ว่า “ขอโทษ” แล้วไม่หยุดฝีเท้า ทว่าตรงเดินกลับเข้าไปข้างใน
แววตาของเซียวจิ่นทอประกายวาววับ จ้องมองเงาร่างด้านหลังของนางหายลับไปในความมืดมิด
ขณะเดียวกันทันทีที่หลินชิงเวยกลับไปถึงเรือนของตน นางโยนห่อผ้าในมือทิ้งไป แล้วสั่งการเสียงเย็น “เซียวฉี เจ้าไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้นะ!”
ทันทีที่สิ้นเสียง เงาร่างสีดำสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากมุมมืดมุมหนึ่ง เขาคือเสี่ยวฉี
ซินหรูถามอย่างประหม่า “พี่สาว ท่านไม่ใช่…ไฉนจึงกลับมาอีกเจ้าคะ?”
หลินชิงเวยมองเสี่ยวฉี ทว่ากลับพูดกับซินหรู “ที่นี่ไม่มีเรื่องของเจ้าแล้ว เจ้าเข้าไปข้างใน”
“อ้อ” น้อยครั้งนักที่นางจะเห็นพี่สาวโมโห ยามนี้นางโมโหโกรธาเช่นนี้ย่อมมีสาเหตุแน่นอน ตนเองไม่อยู่ที่นี่เพื่อเพิ่มความยุ่งยากให้พี่สาว นางจึงเข้าไปในห้องอย่างเชื่อฟัง
เสี่ยวฉีพูดเสีย