จะพรูลมหายใจออกมาไม่ได้ เขาลากนางนั่งลง “เหตุใดไปนานเช่นนั้นเล่า? เป็นอย่างไร เมื่อสักครู่ไม่มีใครรังแกเจ้ากระมัง?”
หลินชิงเวยหัวเราะแล้วส่ายหน้า “ข้าเพียงแต่ไม่ชอบให้คนตามข้าไปห้องเวจ ดังนั้นจึงเดินอ้อมอีกรอบหนึ่ง”
สีหน้าของเซียวจิ่นเกร็งค้าง ไม่พูดอันใดอีก เขาเอ่ยเพียงว่า “รีบดูเถิดละครเริ่มแล้ว”
ที่จริงแล้วหลินชิงเวยไม่ชอบดูละครของคณะเทียนสุ่ยหยวนนัก อาจเป็นเพราะความรู้ทางด้านวัฒนธรรมของนางน้อยเกินไป ได้ยินเสียงร้องรำอีอาอีอาเท่านั้น ทว่าชั้นล่างมักจะมีเสียงปรบมือดังสนั่นและเสียงชมเชยว่าดี กระทั่งเซียวจิ่นก็ดูละครจนอย่างมีอรรถรสแทบจะไม่กะพริบตา
รอเมื่อละครจบแล้วทุกคนต่างยังคงติดอยู่ในโลกของละคร
ต่อมาคณะละครได้ส่งตัวละครมีชื่อออกมาร้องเดี่ยว แต่สุดท้ายยังคงต้องจากลาทั้งไม่พึงพอใจ ทุกคนต้องปฏิบัติตามธรรมเนียมของคณะละครเทียนสุ่ยหยวน หาไม่แล้วจะส่งผลให้ผู้ชมทั้งหลายไม่ปฏิบัติตาม
ลูกค้าชั้นล่างเริ่มแยกย้าย ต่อมาลูกค้าชั้นสองเริ่มแยกย้ายเช่นกัน
เซียวจิ่นหันมาทอดถอนใจกับหลินชิงเวย “ไม่ได้มาเสียเที่ยวจริงๆ ช่างมีสีสันยิ่งนัก!”
“คุณชาย…” ผู้ติดตามด้านนอกเข้ามาด้วยความระมัดระวัง
“อะไรเล่า?” เซียวจิ