ย “ชิงเวย เจ้าพักผ่อนให้ดี ไทเฮาสร้างความลำบากใจให้กับเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า เจิ้นย่อมต้องให้คำอธิบายกับเจ้า”
หลินชิงเวย “ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ”
เงาร่างองอาจผึ่งผายของเซียวจิ่นเดินออกไปจากห้องโถงใหญ่ หลินชิงเวยมองเงาร่างของเขาจนใจลอย ซินหรูบ่นกระปอดกระแปดอยู่ข้างกายนาง “วันนี้โชคดีที่มีฝ่าบาทเจ้าค่ะ หากไม่ใช่ด้วยฝ่าบาทไปถึงทันเวลา ยังไม่รู้ว่าไทเฮาจะสร้างความลำบากให้กับพี่สาวอย่างไรบ้าง พี่สาว ท่านรู้สึกหรือไม่ว่าหลังจากฝ่าบาทลุกขึ้นยืนได้ ฝ่าบาททรงเปลี่ยนไปนะเจ้าค่ะ”
ปลายนิ้วของหลินชิงเวยลูบไล้ไปตามขอบถ้วยชา นางเลิกคิ้วและพูดอย่างไม่ใส่ใจ “เช่นนั้นเจ้ารู้สึกว่าอะไรที่เปลี่ยนไปเล่า?”
ซินหรูส่ายหัว “พูดไม่ถูกเจ้าค่ะ อืม อาจเป็นเพราะบุคลิกเปลี่ยนไป จึงทำให้คนดูแล้วสดชื่นแจ่มใสราวกับจะเปล่งประกายได้เจ้าค่ะ”
หลินชิงเวยดีดหน้าผากซินหรูครั้งหนึ่ง “นั่นเป็นเพราะฝ่าบาทสวมฉลองพระองค์มังกร เดิมทีก็เปล่งประกายด้วยบารมีอยู่แล้ว” คิดๆ แล้วก็พูดเสียงเบาว่า “หรืออาจเป็นเพราะเขารวบรวมความมั่นใจขึ้นมาได้ใหม่อีกครั้ง เมื่อเขาสมปรารถนาจึงทำให้เขามีความมั่นใจ”
หลังจากนั้นหลายวันมีคำสั่งลงโทษไทเฮาลงมา ซินหรูดีใจลิงโลดลุกขึ้นมากระโดดโลดเต้น และพระราชโองการให้หลินชิงเวยมีอำนาจควบคุมดูแลตำหนักในก็ลงมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน คนทั้งหมดของตำหนักฉางเหยี่ยนดีใจจนลุกขึ้นมาร้องไชโย ซินหรูคิดว่านางควรจะดีใจแทนหลินชิงเว