ย แต่เมื่อเห็นพี่สาวไม่ได้ดีใจถึงเพียงนั้น นางจึงคิดว่าอย่าดีใจมากเกินไปจะเป็นการดี
ผู้มาถ่ายทอดราชโองการคือหัวหน้าขันทีของตำหนักซวี่หยาง เขาปฏิบัติต่อหลินชิงเวยอย่างเคารพนอบน้อมยิ่งยวด หลินชิงเวยไม่ยินดีทันที นางเดินหนีมุ่งหน้าไปยังตำหนักซวี่หยาง
จนปัญญาที่คนทั้งหมดของตำหนักซวี่หยางได้แต่ล้อมหน้าล้อมหลังนาง กงกงร้องเสียงแหลม “เหนียงเหนียง เหนียงเหนียง ท่านจะเสด็จไปที่ใดพ่ะย่ะค่ะ?”
หลินชิงเวยตอบทั้งที่ไม่หันกลับมา “ยังจะไปไหนได้เล่า ย่อมต้องไปหาฝ่าบาท”
“เฮ้อ ฝ่าบาทไม่อยู่ตำหนักซวี่หยางพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทประทับอยู่ในตำหนักชิงหลวน”
ดังนั้นหลินชิงเวยเดินไปได้ครึ่งทางก็ย้อนกลับไปตำหนักชิงหลวน
เมื่อมาถึงประตูหน้าตำหนักยังไม่ได้ให้คนไปกราบทูล องครักษ์ก็เปิดทางให้นาง มีกงกงรออยู่หน้าประตูเนิ่นนานแล้ว เมื่อเห็นคนจึงพูดขึ้นว่า “บ่าวถวายคำนับเจาอี๋เหนียงเหนียง ฝ่าบาททรงมีพระกระแสรับสั่ง เมื่อเหนียงเหนียงมาถึงให้บ่าวเชิญเหนียงเหนียงเข้าไปทันทีพ่ะย่ะค่ะ”
หลินชิงเวยพูดเรียบๆ “เขาก็รู้ว่าข้าจะมาเช่นนั้นหรือ”
“หลังจากประชุมเช้าเสร็จสิ้น ฝ่าบาททรงประทับรออยู่ในห้องทรงพระอักษรมาตลอด ทางหนึ่งเพื่อสะสางงานราชกิจ อีกทางหนึ่งเพื่อรอเหนียงเหนียงพ่ะย่ะค่ะ”
มาถึงห้องทรงพระอักษร ขันทีหน้าประตูขานเรียกครั้งหนึ่ง เสียงของเซียวจิ่นดังออกมาจากข้างใน “ให้นางเข้ามาเถิด” ขันทีเปิดประตูออกเบาๆ เชิญหลินชิงเวยเข้าไป
หล