ินชิงเวยยกเท้าเดินเข้าไป นางช้อนตาขึ้นมองเห็นเซียวจิ่นกำลังนั่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะตัวหนึ่ง เขากำลังยุ่งอยู่กับงานบนโต๊ะ มีฎีกาที่ส่งมาเมื่อเช้ากองโต
เขามีท่าทางของฮ่องเต้ในยามเยาว์ ท่านั่งเหยียดตรง สายตาไม่ว่อกแว่ก กระดูกข้อนิ้วนั้นชัดเจน มือหนึ่งถือฎีกาอีกมือหนึ่งถือพู่กันจูซา กำลังจดจ่อสมาธิกับการอนุมัติฎีกา
เมื่อก่อนเมื่อนางเข้ามาที่นี่ล้วนเห็นเซียวเยี่ยนนั่งอยู่ที่นั่น หลินชิงเวยอดที่จะรู้สึกหัวใจวูบโหวงไม่ได้ เมื่อเซียวเยี่ยนนั่งอยู่ที่นั่นอย่างสงบเงียบ ในมือถือพู่กันจูซาตวัดเขียนอย่างรวดเร็ว ปลายพู่กันสะบัดปราดๆ ราวกับหางมังกรฉวัดเฉวียน แต่เมื่อนางละเลื่อนสายตาก็อดที่จะตื่นตะลึงในใจไม่ได้ ในใจเหมือนถูกสิ่งของบางอย่างทำให้ตีบตันจนหายใจไม่ออกอยู่บ้าง
ไม่พบกันหลายวัน เซียวเยี่ยนอยู่ในห้องทรงพระอักษรเช่นกัน เพียงแต่ยามนี้เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือที่อยู่ในตำแหน่งถัดลงมา มีตำราเล่มหนึ่งอยู่ในมือ กำลังพลิกอ่านหนังสืออย่างสงบ
พูดให้ถูกต้องก็คือนับตั้งแต่เกิดเรื่องราวในคืนนั้นแล้ว หลินชิงเวยยังไม่ได้พบหน้าเขา มาตรว่าตนเองและเขาต่างรู้สึกเหมือนกันคือไม่รู้ว่าเมื่อเผชิญหน้ากันแล้วควรจะพูดสิ่งใด
เซียวเยี่ยนได้ยินเสียงฝีเท้าก็รู้ว่านางมาถึงแล้ว แต่ยังคงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกระทั่งไม่ยอมเปิดเปลือกตาขึ้น ราวกับผู้ที่เข้ามาเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับตน ไม่มีความจำเป็นให้เขาเห