ดูท่าแล้วได้พบกับความลับใหญ่โตของหญิงชราผู้นี้เสียแล้ว ก่อนหน้านี้ได้ยินหญิงชราพูดว่าจะจับกุมหลินชิงเวยเข้าไปทรมานในห้องลับ ดูแล้วไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำเรื่องเยี่ยงนี้ คาดว่าก่อนหน้าหลินชิงเวยยังมีผู้โชคร้ายที่ตกมาอยู่ในเงื้อมมืออำมหิตของนาง
ไม่รู้ว่าเมื่อครั้งยังสาว เพื่อแย่งชิงความโปรดปรานแล้วไทเฮาได้ทำเรื่องไร้มโนธรรมมามากน้อยเพียงใด
เซียวจิ่นหันไปมองไทเฮา ร่างของไทเฮาสั่นสะท้านพร้อมกับเอนเอียงไปด้านหลัง เซียวจิ่นรีบออกคำสั่ง “ถ่ายทอดคำสั่งของเจิ้น ให้ขนย้ายสิ่งของทั้งหมดในห้องลับออกมาให้หมด”
ท่าทีอวดเบ่งอำนาจบารมีของไทเฮาดูเหมือนอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย แม้กระทั่งหมัวมัวข้างกายนางหลายคนต่างสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง
คนทั้งหมดเคลื่อนย้ายมาด้านนอกตำหนักบรรทม องครักษ์เข้าออกไม่หยุดหย่อนเพื่อขนย้ายสิ่งของภายในห้องลับออกมา
สิ่งที่ถูกนำออกมาเป็นอย่างแรกก็คือเครื่องมือสำหรับทัณฑ์ทรมานที่เต็มไปด้วยสนิมเขรอะด้วยผ่านมาเป็นเวลาหลายปี เสียงโซ่ตรวนกระทบกันดังเปรื่องๆ เสียงนั้นดังก้องสะท้อนอยู่ในชั้นบรรยากาศช่างบาดหูยิ่งนัก มันปนเปมากับกลิ่นอันเข้มข้นของเหล็กจนแทบแยกแยะไม่ออกว่าคราบเหล่านั้นเป็นโลหิตสดๆ ในยามนั้นหรือเป็นคราบของสนิมกันแน่
ไทเฮาถูกประคับประคองโดยหมัวมัวข้างกายอย่างอ่อนแรง
ต่อมาองครักษ์นำโครงกระดูกออกมาจากห้องลับทีละร่าง วางลงบนพื้นใต้แสงแดดสว่างไสว มีโครงกระดูกสามศพที่ยังอยู่ในสภาพ