บังการมองเห็นของนาง
หมัวมัวอีกคนเห็นเหตุการณ์เช่นนี้อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงในใจ ส่วนหลินชิงเวยหันหน้ากลับมาได้ก็หยิบโคมไฟผ้าโปร่งบนโต๊ะ ภายในโคมไฟผ้าโปร่งมีเชิงเทียนสีทองเล่มหนึ่ง สิ่งนี้มีอานุภาพในการโจมตีมากกว่าเครื่องกระเบื้องหลายเท่านัก ทั้งแข็งแกร่งและไม่บุบสลาย
หลินชิงเวยกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เข้ามาสิ”
ไทเฮาเห็นหมัวมัวลังเลใจ จึงตวาดเสียงเข้มงวด “ยังโง่งมอะไรอยู่อีก จับกุมนางเอาไว้เดี๋ยวนี้! เปิ่นกงไม่เชื่อว่าคนมากมายเช่นนี้ยังสู้นางเพียงคนเดียวไม่ได้!”
หมัวมัวได้ยินแล้วจิตใจฮึกเหิมขึ้นมาทันที นางพุ่งเข้ามาอย่างไม่คำนึงถึงสิ่งใด หลินชิงเวยเคลื่อนไหวคล่องแคล่วว่องไวเป็นเลิศพร้อมกับใช้เชิงเทียนทุบตีไปบนร่างของหมัวมัวดังขวับๆๆ หลายหน ดูเหมือนเชิงเทียนตีลงไปบนร่างกายของนาง อีกทั้งกล้ามเนื้อแข็งแรงน่าจะไม่ส่งผลกระทบอันใดนัก ไฉนหลังจากหมัวมัวถูกทุบตีเพียงไม่กี่ครั้งกลับเจ็บปวดจนไม่อาจทานทน หลินชิงเวยแทงเข้าไปที่รักแร้ของหมัวมัว แต่หมัวมัวกลับกุมเอวของตนแล้วส่งเสียงร้องโอดโอย
ยามนี้หมัวมัวผู้มีโลหิตอาบทั้งใบหน้าพุ่งเข้ามาอีกครั้ง หลินชิงเวยยกเท้าขึ้นขัดขาของนาง นางมองทางไม่ชัดเจนหลินชิงเวยจึงหลบเพียงไปด้านข้าง หมัวมัวยังไม่ทันจับตัวนางได้ก็ล้มลงไปบนพื้นเองเสียแล้ว
ไม่รอให้หลินชิงเวยหอบหายใจ ไทเฮาหันกายกลับไปปิดช่องประตูลับแล้วหัวเราะขึ้นมาอย่างคลุ้มคลั่ง นางร้องตะโกนลั่น “ใครก็ได้! รีบเข้า