”
นางกำนัลพูดเบาๆ ว่า “คนของตำหนักคุนเหอบอกว่าจะรอเหนียงเหนียงไปพร้อมกับพวกเขาเพคะ”
หลินชิงเวยลุกขึ้นสะบัดชายกระโปรง ชายกระโปรงชื้นไปด้วยน้ำค้างยามรุ่งอรุณและเศษดินเล็กๆ น้อยๆ นางหัวร่อเบาๆ “เช่นนั้นก็ให้พวกเขารอไป”
หลินชิงเวยเข้าไปในห้องผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ทั้งชุดด้วยจิตใจและอารมณ์อยากมีชีวิตอยู่ต่ออีกหลายปี หลินชิงเวยใช้แป้งผัดหน้าน้อยมาก ในยามปกติล้วนใช้ชาดที่นางทำมาจากดอกไม้แต้มริมฝีปากเช้าค่ำ สิ่งที่ใช้ลูบไล้ใบหน้าล้วนเป็นสิ่งของที่ทำมาจากธรรมชาติทั้งสิ้น แม้จะไม่ได้มีสีสันงดงามเหมือนผงชาดของวังหลวง แต่ความแตกต่างระหว่างความเข้มข้นและบางเบาเมื่ออยู่บนกายนางแล้วแทบจะไม่ต่างอะไรกันแม้แต่น้อย นางดูแลผิวพรรณของตนเองได้ดีกว่าเหนียงเหนียงของตำหนักอื่นมากกว่าไม่รู้ตั้งกี่เท่า เหล่าแม่นางทั้งหลายล้วนนิยมชมชอบที่จะใช้ผงชาดแต่งหน้าประทินโฉม ทว่ากลับหลงลืมไปว่าความเรียบลื่นผ่องใสฉ่ำน้ำที่สะท้อนออกมาจากผิวพรรณของตนเองนั้นจึงจะงดงามยิ่งกว่า
เวลาผ่านไปราวๆ ครึ่งชั่วยาม หลินชิงเวยจึงเดินออกประตูมาด้วยท่าทางไม่รีบร้อน ซินหรูรู้สึกไม่วางใจอยู่บ้าง “พี่สาว ได้ยินว่าหลายวันมานี้ตำหนักคุนเหอเกิดเรื่องเล็กน้อย ไทเฮาอารมณ์ดุร้าย เรียกตัวพี่สาวไปครั้งนี้ต้องไม่มีเรื่องดีแน่เจ้าค่ะ”
หลินชิงเวย “ใช่สิ ไม่มีเรื่องดีแน่นอน คาดว่ายามนี้นางคงเคียดแค้นชิงชังที่ไม่อาจถลกหนังข้าได้” นางยิ้มแล้วมองซินหรู “ดังนั้