ไทเฮาเสียสติไปแล้ว เมื่อนางคลุ้มคลั่งขึ้นมาช่างน่ากลัวเหลือเกิน ให้เซ่อเจิ้งอ๋องพาไทเฮาหนีไป เซ่อเจิ้งอ๋องต้องถูกประณามจากคนทั้งใต้หล้าชั่วชีวิต ต่อให้เขาไปไกลสุดหล้าฟ้าเขียว ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ก็ไม่มีวันพานางไปด้วยเด็ดขาด
เซียวเยี่ยนสะบัดมือของนางออก “เป็นเพราะเปิ่นหวางพูดจาไม่กระจ่างแจ้งพอใช่หรือไม่?” เขาพูดเน้นทีละคำ “ไม่ว่าเจ้าจะเป็นฮองเฮา ไทเฮา ฮองไทเฮาหรือไม่ก็ตาม เปิ่นหวางล้วนไม่สนใจเจ้าแม้แต่น้อย”
สีหน้าของไทเฮาค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด กระทั่งใบหน้าที่ประทินโฉมมาอย่างประณีตก็ยังบดบังเอาไว้ไม่ได้ ดวงตาของนางฉาบไปด้วยหยาดน้ำตา นางเริ่มหัวเราะขึ้นมาพร้อมกับจับจ้องเซียวเยี่ยนไม่วางตา “ท่านไม่รักเปิ่นกง เช่นนั้นท่านรักผู้ใดกันแน่ เป็นหลินชิงเวย? หรือเป็นบุตรสาวของราชครูผู้เสียชีวิตไปแล้วที่ท่านส่งออกไปจากเมืองหลวงผู้นั้น?”
แววตาและลมหายใจของเซียวเยี่ยนเปลี่ยนเป็นเดือดดาลในชั่วขณะ
ไทเฮาหัวเราะไม่หยุด นางพูดทั้งหอบหายใจว่า “ครั้งนั้นทั้งเมืองหลวงผู้ใดไม่รู้บ้างว่านางงดงามเพียงใด เหมาะสมกับท่านราวกับบุรุษมากความสามารถ สตรีงดงามเพียบพร้อม ยามนั้นนางเป็นคนที่เปิ่นกงเกลียดชังที่สุด แต่ผ่านมาหลายปีเช่นนี้นางย่อมต้องมีอายุขึ้นแล้วกระมัง เช่นเดียวกับเปิ่นกง” ไทเฮาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอีกพักใหญ่ “แต่บุรุษใดบ้างไม่ชมชอบสตรีอ่อนเยาว์และสดใหม่ ท่านยังคงชมชอบผู้อื่นอยู่ดี”
ทันทีที่สิ้นเสียงล