ำคอของไทเฮาถูกบีบรัดแน่นหนา เซียวเยี่ยนยกมือขึ้นกุมลูกกระเดือกของนาง ทำให้นางหายใจติดขัด
ทว่านางยังคงต้องการพูดอย่างสิ้นหวังและขมขื่นอยู่นั่นเอง “ดูท่านเดือดดาลถึงเพียงนี้ คิดดูแล้วยังไม่ลืมนางกระมัง หลินชิงเวยหนอหลินชิงเวย ในที่สุดก็ต้องมีจุดจบเช่นเดียวกับข้า ฮ่าๆๆ…มีปัญญาท่านก็สังหารข้าสิ”
“เจ้าคิดว่าเปิ่นหวางไม่กล้าสังหารเจ้าจริงๆ หรือ” น้ำเสียงของเซียวเยี่ยนเย็นเยียบ “อดีตฮ่องเต้ทรงมองคนผิดไปจึงให้สตรีใจคอโหดเหี้ยมเช่นเจ้ามาเป็นฮองเฮา เปิ่นหวางไม่สังหารเจ้า รอเมื่อวันใดวันหนึ่งที่ฝ่าบาทล่วงรู้ความจริงทั้งหมด ยังจะอภัยให้เจ้าได้หรือ?”
ไทเฮาพูดกลั้วหัวเราะ “ข้าไม่ใส่ใจ ข้าไม่ใส่ใจมันตลอดกาล ข้าขอเพียงแค่ทุกเมื่อเชื่อวัน เยี่ยน…คืนนี้ท่านจะหักใจสังหารข้าได้หรือไม่?”
แววตาของเซียวเยี่ยนปรากฏให้เห็นรังสีสังหารอันเย็นชา เขาเพิ่งจะขยับปลายนิ้วมือจึงพบว่าเขาสูญเสียพลังกำลังไปถึงสองส่วน เขายังคงสะบัดมือโยนร่างของไทเฮาไปบนตั่ง ไทเฮาทางหนึ่งเจ็บปวด อีกทางหนึ่งประคองตัวเองลุกขึ้นนั่ง อาภรณ์ผ้าโปร่งเลื่อนหลุดมาตามลาดไหล่ของนาง นางดึงอาภรณ์พร้อมกับเช็ดรอยเลือดข้างริมฝีปากพูดกับเซียวเยี่ยนว่า “จะเป็นการดีที่สุดหากท่านไม่วู่วามเดินพลัง ยิ่งท่านต่อต้าน ท่านจะยิ่งได้รับความเจ็บปวด”
เซียวเยี่ยนพบว่าพลังลมปราณของเขาสับสนไปหมด มันวิ่งวนอยู่ในร่างกายของเขาอย่างยุ่งเหยิง สมองเขาพลันพร่าเลือนไม่แจ่มใส