เขาจึงนั่งลงอีกครั้ง มือของเขาประคองหน้าผากแล้วสะบัดศีรษะไปมาพูดด้วยน้ำเสียงคมปลาบ “เจ้าวางยาเปิ่นหวาง?”
ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในห้องเขาไม่ได้กินอาหารหรือสิ่งของใดๆ และไม่ได้กลิ่นหอมจากเครื่องหอมใดๆ เช่นกัน เช่นนั้นเขาต้องพิษได้อย่างไร?
ไทเฮากล่าวอย่างเบิกบานใจ “เปิ่นกงไม่ได้วางยาอันใดกับท่าน แค่เพียงแตะเครื่องหอมบนข้อมือและลำคอของท่านเท่านั้น ไร้สีไร้กลิ่น ทว่ากลับกำจายทั่วในอากาศ นี่เป็นเครื่องหอมที่เปิ่นกงได้มาใหม่ บุรุษคนใดสูดดมเข้าไปแล้วล้วนต้องสยบอยู่ใต้กระโปรงของสตรี”
ลมหายใจของเซียวเยี่ยนสับสนวุ่นวาย เขาไม่อาจรวบรวมพลังลมปราณจากท้องได้ ทว่ากลับมีเปลวไฟกลุ่มหนึ่งเริ่มแผดเผาซัดวนขึ้นมาอย่างไร้ขอบเขต จากนั้นพุ่งตรงเข้ามาที่ท้องและรวมตัวกันอยู่ที่นั่น
กลิ่นหอมชนิดหนึ่งถูกลมพัดผ่านมา ไทเฮาก้าวเท้าเบาๆ มาในพริบตา ร่างอรชรอ้อนแอ้นของนางมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเซียวเยี่ยน ปลายนิ้วของนางลูบไล้ลงบนปกคอเสื้อของเซียวเยี่ยนที่ทบกันเป็นระเบียบ “เยี่ยน ต่อให้ท่านไม่รักข้า แต่สามารถทำให้ท่านอยู่กับข้าคืนหนึ่งก็ดีเช่นกัน ข้าไม่ได้หัวใจของท่าน ข้าได้ตัวของท่านก็พอใจยิ่งยวดแล้ว”
เขาช้อนตาขึ้นมอง กระบอกตาแดงเรื่อประหนึ่งสัตว์ดุร้ายตัวหนึ่งส่งเสียงร้องคำรามออกมา “เจ้าอย่าบังอาจ”
พละกำลังของมือราวกับจะบีบกระดูกมือของไทเฮาให้แหลกละเอียด นางเจ็บจนสีหน้าซีดขาว ทว่ายังคงหัวเราะด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยว “ยิ