เจิ้งอ๋องไปที่นั่น
เมื่อหลินชิงเวยฟังแล้วจึงด่าทอออกมาอย่างอดรนทนไม่ได้ กระทบกระเทียบต้นบรรพบุรุษของไทเฮาไปถึงสิบแปดรุ่น ขาดเพียงไม่ได้เอาท่อนเหล็กไปเคาะสุสานบรรพชนของไทเฮาเท่านั้น ต่อมาจึงด่าทอเซียวเยี่ยนอีกพักหนึ่ง แต่ฟังออกจากน้ำเสียงของนางว่าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและเป็นกังวล “เจ้ายังรู้จักมาดูว่าข้าอยู่ในตำหนักฉางเหยี่ยนหรือไม่ เซียวเยี่ยนเขาเบาปัญญาหรือไร ซ้ำยังเป็นการพูดคุยเรื่องของข้า ไทเฮามิใช่มารดาของข้าเสียหน่อย เรื่องของข้าต้องให้นางเป็นคนเจรจาตั้งแต่เมื่อใดกัน หากจะเจรจาย่อมต้องมาเจรจากับข้า!”
“คงเป็นเพราะท่านอ๋องเป็นห่วงจนจิตใจระส่ำระสายพ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่ เขาเป็นคนโง่เขลา คนโง่ผู้นั้น!”
เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ หลังจากเซียวเยี่ยนไปตำหนักคุนเหอพร้อมขันทีของตำหนักคุนเหอ พบว่าภายในตำหนักคุนเหอสงบเงียบ บรรดาขันทีและนางกำนัลล้วนถูกสั่งให้ออกจากตำหนัก หมัวมัวหันกลับมาเห็นเซียวเยี่ยนยืนอยู่ในห้องโถงหน้าจึงพูดขึ้นว่า “เซ่อเจิ้งอ๋อง พระวรกายไทเฮาเหนียงเหนียงไม่ค่อยดีนักจึงไม่สะดวกจะเสด็จออกมาต้อนรับ ยามนี้กำลังรออยู่ในตำหนักหลัก เชิญท่านอ๋องมากับบ่าวทางนี้เพคะ”
เซียวเยี่ยนรู้เช่นกันว่าไทเฮาพบแขกในห้องโถงหน้าน้อยยิ่งนัก โดยส่วนใหญ่ล้วนรับรองแขกในตำหนักหลัก ในเมื่อนางกล้าเชิญเซียวเยี่ยนมาในเวลาเช่นนี้ ซ้ำยังให้นางกำนัลและขันทีหลบออกไปจนหมด คิดดูแล้วย่อมต้องเตรียมการอย่างดี นางไม่เกรง