่า
เซียวจิ่นพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ใช่ ยังต้องขอบคุณชิงเวยที่ทำให้เจิ้นมีความรู้สึกเหมือนคนอื่นๆ บนโลกใบนี้อีกครั้ง” เขายื่นมือมาให้หลินชิงเวย “ไปเถิด เจิ้นส่งเจ้ากลับไป”
มือของเขาไม่เหมือนมือของเซียวเยี่ยน มือของเซียวเยี่ยนเรียวยาวและทรงพลัง ไม่ว่าจะหยิบพู่กันหรือกุมกระบี่ราวกับล้วนมีความเหมาะสมที่มีติดตัวมาแต่กำเนิด ส่วนมือของเซียวจิ่นนั้นเรียวขาวประดุจหยก ในยามปกติเมื่อถือตำรา จับพู่กันน่าจะชวนมองเป็นพิเศษ แต่หลินชิงเวยนึกท่าทางที่เขากุมกระบี่ไม่ออก มือของเซียวจิ่นไม่มีไตแข็งๆ ด้วยนอกจากอ่านตำราเขียนอักษรแล้ว เขาน่าจะไม่ได้ทำเรื่องอื่นๆ มาก่อน
หลินชิงเวยเหงื่อตก นางถึงกับแอบเปรียบเทียบสองอาหลานในใจ เห็นเซียวจิ่นยังคงยื่นมือออกมารอนางอยู่ ราวกับเข้าใจว่านางลังเลและสับสน เขากลับรอคอยอย่างอดทน รอให้นางตัดสินใจ
หลินชิงเวยเอามือไพล่หลัง เอียงหน้ามองเขาพร้อมกับพูดยิ้มๆ ว่า “ฝ่าบาททำเช่นนี้ ทำให้หม่อมฉันได้รับความโปรดปรานจนตื่นตระหนกเสียแล้วเพคะ เมื่อสักครู่เมื่อในตำหนักคุนเหอ มีเหนียงเหนียงในตำหนักในไม่น้อยที่ปรารถนาที่จะปรนนิบัติฝ่าบาท”
“เจิ้นอยากจะจูงมือเจ้าสักประเดี๋ยวก็ไม่ได้หรือ” เซียวจิ่นเลิกคิ้ว
ใบหน้าของหลินชิงเวยเปื้อนยิ้ม ทว่ายังคงยืนกรานว่า “เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเข้าใจผิด ไม่ได้เพคะ ขอฝ่าบาทโปรดประทานอภัยด้วยเพคะ”
รอยยิ้มบนริมฝีปากของเซียวจิ่นเลือนหายไป เขาพูดเนิบๆ ว่า “ช